⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4777/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4777/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างที่ห้ามลูกจ้างทำงานกับบริษัทคู่แข่งหลังลาออก จะมีผลผูกพันเฉพาะกรณีที่บริษัทคู่แข่งนั้นประกอบธุรกิจแข่งขันกับนายจ้างโดยตรงในลักษณะเดียวกันเท่านั้น ไม่รวมถึงบริษัทในเครือซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก หรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจในต่างประเทศซึ่งไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจของนายจ้างในประเทศไทย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ประกอบธุรกิจ ผลิต นำเข้า ขายและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบริการบนเครื่องบิน โจทก์และจำเลยทำสัญญาจ้างข้อ 11 กำหนดว่าในกรณีที่สัญญาจ้างสิ้นสุดเนื่องจากการลาออกของลูกจ้าง ลูกจ้างตกลงว่าภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ลาออกลูกจ้างจะไม่เข้าร่วมทำงานในบริษัทหรือกิจการอื่นใดที่เป็นการแข่งขันโดยทางตรงหรือทางอ้อมกับบริษัทโจทก์ ต่อมาจำเลยลาออกจากบริษัทโจทก์และไปทำงานที่เมืองฮ่องกงกับบริษัท ด. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโจทก์และประกอบกิจการเช่นเดียวกับโจทก์ ครั้นต่อมาอีกเดือนเศษจำเลยได้ลาออกจากบริษัท ด. และเข้าทำงานกับบริษัท ว. ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัสดุเกี่ยวกับบริการด้านอาหารที่เมืองฮ่องกงภายใน 1 ปี นับแต่จำเลยลาออกจากบริษัทโจทก์ ดังนี้ ตามสัญญาจ้างข้อ 11 มิได้กำหนดพื้นที่กำหนดแต่ระยะเวลาห้าม และการกระทำที่ห้ามคือการเข้าทำงานในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสายการบินแข่งขันกับโจกท์ เมื่อปรากฏว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และโจทก์ไม่มีสาขาหรือประกอบธุรกิจอยู่ที่เมืองฮ่องกง แม้บริษัท ด. ซึ่งประกอบธุรกิจที่อยู่ที่เมืองฮ่องกงจะเป็นบริษัทในเครือของโจทก์ บริษัทดังกล่าวก็เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์เป็นเอกเทศ ถือไม่ได้ว่าธุรกิจของบริษัท ด. เป็นธุรกิจของโจทก์ และไม่ปรากฏว่าบริษัท ด. ประกอบธุรกิจโดยนำผลิตภัณฑ์ของโจทก์ไปจำหน่ายแม้จะมีผู้ประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัท ด. ก็ไม่มีผลกระทบถึงธุรกิจของโจทก์ การที่จำเลยเข้าทำงานกับบริษัท ว. ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ที่เมืองฮ่องกงจึงไม่เป็นการเข้าทำงานในบริษัทอื่นที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของโจทก์ การกระของจำเลยไม่เป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญาจ้าง ข้อ 11

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยหยุดทำงานในบริษัทวอเตอร์มาร์ค เอเชีย จำกัด และห้ามไม่ให้เข้าไปทำงานร่วมกับบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของโจทก์หรือกระทำการใดไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของโจทก์เป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2546 กับให้จำเลยคืนเงิน 70,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์โดยยกเหตุผลต่าง ๆ ขึ้นอ้างว่า โจทก์จ่ายเงินจำนวน 70,000 บาท ให้จำเลยเพื่อการย้ายภูมิลำเนาไปทำงานที่เมืองฮ่องกงกับบริษัทดูนี่ ฮ่องกง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโจทก์ เมื่อจำเลยผิดข้อตกลงโดยไปทำงานกับบริษัทวอเตอร์มาร์ค เอเชีย จำกัด จำเลยจึงต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้น เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า การที่จำเลยลาออกจากการเป็นลูกจ้างโจทก์แล้วเข้าทำงานกับบริษัทวอเตอร์มาร์ค เอเชีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัสดุเกี่ยวกับการบริการด้านอาหารอยู่ที่เมืองฮ่องกง ภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยลาออก เป็นการผิดสัญญาจ้างโดยฝ่าฝืนข้อตกลงห้ามทำงานในบริษัทหรือกิจกรรมอื่นใดที่เป็นการแข่งขันกับโจทก์ในธุรกิจเกี่ยวกับสายการบินภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ลาออก ตามสัญญาจ้าง หรือไม่ เห็นว่า ข้อห้ามดังกล่าวมิได้กำหนดพื้นที่ กำหนดแต่ระยะเวลาห้ามและการกระทำที่ห้ามซึ่งในคดีนี้คือการเข้าทำงานในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสายการบินแข่งขันกับโจทก์ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องของโจทก์และคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีสาขาหรือประกอบธุรกิจอยู่ที่เมืองฮ่องกง แม้บริษัทดูนี่ ฮ่องกง จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ที่เมืองฮ่องกงจะเป็นบริษัทในเครือของโจทก์ บริษัทดังกล่าวก็เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์เป็นเอกเทศ ถือไม่ได้ว่าธุรกิจของบริษัทดูนี่ ฮ่องกง จำกัด เป็นธุรกิจของโจทก์ และไม่ปรากฏว่าบริษัทดูนี่ ฮ่องกง จำกัด ประกอบธุรกิจโดยนำผลิตภัณฑ์ของโจทก์ไปจำหน่าย แม้จะมีผู้ประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัทดูนี่ ฮ่องกง จำกัด ก็ไม่มีผลกระทบถึงธุรกิจของโจทก์ การที่จำเลยเข้าทำงานกับบริษัทวอเตอร์มาร์ค เอเชีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ที่เมืองฮ่องกงจึงไม่เป็นการเข้าทำงานในบริษัทอื่นที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญาจ้าง ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4777/2549 บริษัทดูนี่ จำกัด โจทก์ นางสาวลลิดา สิทธิไชยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทดูนี่ จำกัด · จำเลย - นางสาวลลิดา สิทธิไชยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัส พวงมณี · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · พิทยา บุญชู
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นางณณัฏฐ์ ธีราทรง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3631-3667/2552ฎีกา 2437/2525ฎีกา 8785/2550ฎีกา 9016-9043/2549ฎีกา 2894/2532ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 1397/2544ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 378/2531ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 11912/2553ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 597-602/2566ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา