⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2437/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อบังคับเกี่ยวกับบำเหน็จของผู้ปฏิบัติงานถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามข้อตกลงดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง การหักค่าเสียหายจากเงินบำเหน็จจะกระทำได้ต่อเมื่อความเสียหายและจำนวนค่าเสียหายได้ยุติลงแล้วตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ลาออก จำเลยจะต้องจ่ายบำเหน็จให้โจทก์ตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยบำเหน็จผู้ปฏิบัติงานฯ แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายให้นั้น เมื่อข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องต่อ ศาลแรงงานกลางได้ เมื่อคดีที่จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ข้อที่ว่าโจทก์ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยหรือไม่และค่าเสียหายมีจำนวนเท่าใดยังไม่ยุติ ค่าเสียหายจึงไม่แน่นอน จำเลยจะนำเอาค่าเสียหายดังกล่าวมาหักจากเงินบำเหน็จของโจทก์หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ลาออกจากงานและมีสิทธิได้รับบำเหน็จตามข้อบังคับจำเลยว่าด้วยบำเหน็จผู้ปฏิบัติงานในการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๑๙ โจทก์ติดต่อทวงถามแล้วจำเลยไม่ยอมจ่ายให้ขอให้จำเลยชำระเงินบำเหน็จแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเพราะการที่โจทก์ออกจากงานไม่เกี่ยวกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโจทก์ยังไม่ได้รับเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของการประปาเนื่องจากโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยจึงฟ้องโจทก์เป็นจำเลยเรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดเงินบำเหน็จของโจทก์ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยจึงมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของโจทก์เป็นค่าเสียหายตามข้อบังคับจำเลย ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงานกลางได้ คดีที่จำเลยฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อทำให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยยังอยู่ในระหว่างพิจารณา จำเลยไม่มีสิทธิหักบำเหน็จชดใช้ค่าเสียหายพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จตามฟ้องให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับการประปานครหลวงฉบับที่ ๔๗ ว่าด้วยบำเหน็จผู้ปฏิบัติงานในการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา ๕ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยโจทก์ลาออก จำเลยจะต้องจ่ายบำเหน็จให้โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายให้ตามข้อบังคับดังกล่าว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงานกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา ๘(๑) คดีที่จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย โจทก์ต่อสู้คดี คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณา ข้อที่ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยหรือไม่ และค่าเสียหายมีจำนวนเพียงเท่าใดยังไม่ยุติ ค่าเสียหายจึงไม่แน่นอน จำเลยจะนำเอาค่าเสียหายดังกล่าวมาหักจากเงินบำเหน็จหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2437/2525 นายฉัตรชัย ยิ้มงาม โจทก์ การประปานครหลวง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉัตรชัย ยิ้มงาม · จำเลย - การประปานครหลวง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิพัฒน์ จักรางกูร · ขจร หะวานนท์ · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายถวิล อินทรักษา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 1581/2558ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3496/2526ฎีกา 1767/2527ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 1941/2536ฎีกา 4046/2548ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 3555/2528ฎีกา 127/2531ฎีกา 2881/2519ฎีกา 5063/2533ฎีกา 378/2531ฎีกา 145/2554ฎีกา 2364/2524ฎีกา 336/2525ฎีกา 5896/2533ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 1553/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา