⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4369/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4369/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำงานเกินวันละแปดชั่วโมงที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงาน ถือเป็นเวลาทำงานปกติของวันทำงาน และลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับเวลาที่ทำงานเกินกว่านั้นอีก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้ลูกจ้างของจำเลยทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง แล้ว จึงถือว่าการทำงานตามกำหนดเวลาเช่นว่านั้นเป็นเวลาปกติของวันทำงาน โจทก์จะได้รับค่าจ้างค่าครองชีพ และค่าจ้างคำนวณตามระยะทางเดินรถ อันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโจทก์หามีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับเวลาที่ทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง อีกไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ตำแหน่งพนักงานห้ามล้อ จำเลยให้โจทก์ทำงานนอกเวลาแต่ไม่ให้ค่าตอบแทน ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าทำงานนอกเวลาทำงานปกติ 53,165 บาท หากโจทก์ไม่สมควรได้รับค่าทำงานนอกเวลาทำงานปกติ ก็ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในเวลาที่ทำงานเกินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้ลูกจ้างของจำเลยทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง และตามบัญชีทำงานเกินเวลาทำงานปกติของโจทก์ท้ายฟ้องไม่ถูกต้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า งานของจำเลยเป็นงานขนส่ง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พุทธ-ศักราช 2515 ข้อ 3(2) กำหนดเวลาทำงานขบวนรถ สถานีกรุงเทพ-สถานีหนองคาย ตามคำให้การนั้น แม้เกินวันละแปดชั่วโมง แต่จำเลยก็ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิสั่งให้โจทก์ทำงานเกินวันละแปดชั่วโมงได้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฯ ข้อ 4 กำหนดเวลาทำงานตามคำให้การนั้น ถือได้ว่าจำเลยได้ประกาศกำหนดเป็นเวลาทำงานปกติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 3 การที่โจทก์ทำงานตามกำหนดเวลาดังกล่าว จึงถือว่าโจทก์ทำงานตามเวลาปกติ ซึ่งจำเลยก็จ่ายค่าจ้างให้โจทก์เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่ว่าจะเป็นการทำงานในวันปกติหรือในวันหยุด เมื่อโจทก์ได้รับค่าจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานและในวันหยุดแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับค่าจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานซ้ำอีก พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่า ...เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานให้กำหนดเวลาทำงานตามคำให้การและโจทก์ได้ทำงานให้ตามคำสั่งของจำเลย จำเลยก็ชอบที่จะจ่ายสินจ้างแก่โจทก์ตามระยะเวลาที่เกินวันละแปดชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ โดยคำนวณตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ข้อ6(2) พิเคราะห์แล้ว กำหนดเวลาการทำงานตามคำให้การนั้น จำเลยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมแรงงานแล้ว กำหนดเวลาทำงานของพนักงานห้ามล้อจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฯ ข้อ 3(2) อีกต่อไปซึ่งกรณีที่ว่ามานี้เทียบเคียงได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 242/2528คดีระหว่างนายแคล้ว สิทธิสุวรรณ โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลยการทำงานตามกำหนดเวลาเช่นว่านั้นย่อมต้องถือว่าเป็นเวลาทำงานปกติของวันทำงาน โดยโจทก์จะได้รับค่าจ้าง ค่าครองชีพ และค่าจ้างคำนวณตามระยะทางที่เดินรถตามคำฟ้อง อันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์จำต้องผูกพันตามสภาพการจ้างดังกล่าวโดยมีสิทธิได้รับเพียงค่าจ้าง ค่าครองชีพ และค่าจ้างคำนวณตามระยะทางที่เดินรถเท่านั้น หามีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับเวลาที่ทำงานเกินวันละแปดชั่วโมงอีกไม่ เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยเป็นดังนี้ การที่จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันเป็นกฎหมายว่าด้วยการจ้างแรงงานทั่วไปมาปรับแก่คดีตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่เป็นการถูกต้อง และเมื่อได้วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับเวลาที่ทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง" จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาการคำนวณค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำฯ ตามที่โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยปัญหานี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4369/2530 นาย สุรินทร์ พัน ธ์ ดี โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุรินทร์ พัน ธ์ ดี · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2004/2527ฎีกา 378/2531ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 9488/2551ฎีกา 158/2536ฎีกา 1391-1442/2532ฎีกา 3180/2530ฎีกา 2325-2326/2531ฎีกา 3823/2531ฎีกา 1128/2544ฎีกา 1448/2541ฎีกา 909/2532ฎีกา 1427/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ