⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4098/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4098/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างสมัครเข้าร่วมโครงการร่วมใจจาก และทำหนังสือลาออกหลังจากได้รับอนุมัติจากนายจ้าง ถือเป็นการลาออกตามความประสงค์ของลูกจ้าง ไม่ใช่การเลิกจ้างตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์สมัครเข้าร่วมโครงการร่วมใจจาก และได้ทำหนังสือลาออกหลังจากได้รับอนุมัติจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เสนอให้ตามโครงการดังกล่าว จึงเป็นการทำข้อตกลงให้โจทก์ลาออกมิใช่เลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.118 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งแปดสิบแปดสำนวนฟ้องทำนองเดียวกัน และโจทก์ที่ 12 แก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่จ่ายเงินบำเหน็จตอบแทนในส่วนที่ขาด สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินโบนัส และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวนให้แก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยทั้งสี่รวมแปดสิบแปดสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งแปดสิบแปดเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 โจทก์ทั้งแปดสิบแปดไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 รับผิดเป็นส่วนตัว เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2542 จำเลยที่ 1 มีโครงการ "ร่วมใจจาก" ให้พนักงานลาออกก่อนเกษียณอายุ โดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่เกิน 30 เท่าของเงินเดือน จำเลยที่ 1 สงวนสิทธิที่จะให้พนักงานคนใดลาออกหรือไม่ก็ได้ มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมากเป็นเหตุให้งบประมาณที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้แก่พนักงานทุกคนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำเลยที่ 1 จึงแจ้งให้พนักงานที่มีสิทธิได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเกิน 20 เดือน ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีความจำเป็นไม่อาจอนุมัติให้พนักงานดังกล่าวเข้าร่วมโครงการได้ หากพนักงานคนใดยังคงยืนยันที่จะขอเข้าร่วมโครงการ จำเลยที่ 1 สามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนได้สูงสุดไม่เกิน 20 เท่าของเงินเดือน แต่ถ้าพนักงานคนใดไม่ประสงค์จะรับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราใหม่พนักงานคนนั้นก็ยังมีสิทธิปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมต่อไป หลังจากโจทก์ทั้งแปดสิบแปดได้รับแจ้งผลการพิจารณาไม่อนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โจทก์ทั้งแปดสิบแปดได้ยื่นหนังสือแสดงเจตนารมณ์ต่อจำเลยที่ 1 ขอเข้าร่วมโครงการโดยขอรับสิทธิประโยชน์สูงสุดไม่เกิน 20 เท่าของเงินเดือน และไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก จำเลยที่ 1 จึงอนุมัติให้โจทก์ทั้งแปดสิบแปดเข้าร่วมโครงการ "ร่วมใจจาก" ได้ ต่อมาโจทก์ทั้งแปดสิบแปดยื่นหนังสือลาออกและจำเลยที่ 1 อนุมัติให้โจทก์ทุกคนลาออกโจทก์ทั้งแปดสิบแปดลาออกด้วยความสมัครใจ จำเลยทั้งสี่มิได้กลั่นแกล้งหรือบีบบังคับแต่อย่างใด จำเลยที่ 1 จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามจำนวนที่ตกลงกันใหม่แก่โจทก์ทุกคนจนครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 1 มิได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งแปดสิบแปด มิได้ปรับปรุงหน่วยงานอันเนื่องจากนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงาน โจทก์ทั้งแปดสิบแปดไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยพิเศษ และค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยทั้งสี่ สำหรับเงินโบนัสโจทก์ทั้งแปดสิบแปดทำงานไม่ครบกำหนดวันที่จำเลยที่ 1 จ่ายเงินโบนัสประจำปี 2542 โดยโจทก์ทั้งแปดสิบแปดขอลาออกก่อนถึงวันดังกล่าว ทั้งตกลงว่าจะไม่เรียกร้องเงินใด ๆ อีก โจทก์ทั้งแปดสิบแปดจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินโบนัสหรือเงินอื่นใดจากจำเลยทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 84 และโจทก์ที่ 86ถึงที่ 89 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 84 และโจทก์ที่ 86 ถึงที่ 89 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้ริเริ่มเสนอโครงการร่วมใจจากต่อโจทก์ดังกล่าวก่อนก็ตาม แต่โครงการร่วมใจจากตามเอกสารหมาย จ.17 หรือ ล.1 ข้อวิธีการยื่นใบสมัครกำหนดให้พนักงานที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องยื่นใบสมัครต่อจำเลยที่ 1 มิใช่จำเลยที่ 1 เสนอคำขาดให้โจทก์ดังกล่าวต้องออกจากงานเช่นกรณีเลิกจ้างทั่ว ๆ ไป พนักงานของจำเลยที่ 1 ที่ไม่สมัครร่วมโครงการก็ยังคงได้ทำงานต่อไป ดังนั้น การที่โจทก์ดังกล่าวสมัครเข้าโครงการร่วมใจจากและได้ทำหนังสือลาออกหลังจากได้รับอนุมัติจากจำเลยที่ 1 แล้วเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เสนอให้ตามโครงการดังกล่าวจึงเป็นการทำข้อตกลงให้โจทก์ดังกล่าวลาออก มิใช่มีลักษณะเป็นการเลิกจ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4098/2545 นาง บังอร ศยามเศรณี กับพวก โจทก์ ธนาคาร ดีบีเอสไทยทนุ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บังอร ศยามเศรณี กับพวก · จำเลย - ธนาคาร ดีบีเอสไทยทนุ จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูนศักดิ์ จงกลนี · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 1961/2543ฎีกา 1824-1825/2544ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 378/2531ฎีกา 8335/2560ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 11912/2553ฎีกา 9450/2544ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 8854/2547ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 5180/2542ฎีกา 9488/2551ฎีกา 16/2550ฎีกา 2403-2430/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา