⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 145/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2554

ป.พ.พ. ม.341, 344, 587 · ป.วิ.แพ่ง ม.293

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากสัญญาเดียวกันและต่างฝ่ายต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่กันนั้น ไม่ใช่การหักกลบลบหนี้ตามกฎหมาย หากสิทธิเรียกร้องยังมีข้อต่อสู้ การหักหนี้จะกระทำได้ในชั้นบังคับคดี

ย่อคำพิพากษา

ความรับผิดชอบจำเลยที่ต้องชำระค่างานให้แก่โจทก์กับความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องชำระค่าปรับแก่จำเลยเกิดจากสัญญาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างผูกพันในหนี้อันเดียวกัน จึงหาใช่เป็นการหักกลบลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา 344 ห้ามมิให้หักกลบลบหนี้หากสิทธิเรียกร้องนั้นยังมีข้อต่อสู้ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกขึ้นปรับบทวินิจฉัยไม่ เมื่อจำเลยและโจทก์ต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่กันในแต่ละคดีซึ่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาต้องกระทำแยกต่างหากจากกัน ดังนี้ จำเลยจะขอหักหนี้ได้เพียงใดหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 12,009,506 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 8,975,849 บาท กับต้นเงินจำนวน 1,489,061 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 2.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,250,000 บาท และชำระเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7 ของดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าแห่งการงานจำนวน 8,975,849 บาท ซึ่งดอกเบี้ยอันเกิดขึ้นนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,017,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ก่อสร้างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ในราคา 25,000,000 บาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2538 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กันยายน 2539 แต่ต่อมามีการขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป 2 ครั้ง กำหนดเวลาแล้วเสร็จครั้งสุดท้ายภายในวันที่ 19 สิงหาคม 2540 แต่โจทก์ก็ยังก่อสร้างไม่เสร็จ จำเลยบอกเลิกสัญญาโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินค่าก่อสร้างในงานที่ทำให้จำเลยไปแล้วเป็นคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ แต่โจทก์ยังไม่พอใจในจำนวนเงินที่ศาลกำหนดให้ จึงยื่นฎีกา แต่ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์และขณะเดียวกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยได้ฟ้องโจทก์เรียกร้องเอาค่าปรับฐานที่โจทก์ผิดสัญญาก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาและศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้โจทก์ในคดีนี้ชำระเงินแก่จำเลยตามสำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้น คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 154/2547 เอกสารท้ายฎีกาของจำเลย คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะขอหักกลบลบหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้และในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 154/2547 ของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า หนี้ทั้งสองคดีเป็นหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ถือว่าเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีข้อต่อสู้จึงหักกลบลบหนี้กันในชั้นนี้ได้ เห็นว่า ความรับผิดของจำเลยที่ต้องชำระค่างานให้แก่โจทก์กับความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องชำระค่าปรับแก่จำเลยเกิดจากสัญญาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างผูกพันในหนี้อันเดียวกัน จึงหาใช้เป็นการหักกลบลบหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา 344 ห้ามมิให้หักกลบลบหนี้หากสิทธิเรียกร้องนั้นยังมีข้อต่อสู้ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกขึ้นปรับบทวินิจฉัยไม่ เมื่อจำเลยและโจทก์ต่างมีหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่กันในแต่ละคดีซึ่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาต้องกระทำแยกต่างหากจากกัน ดังนี้ จำเลยจะขอหักหนี้ได้เพียงใดหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธินำหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสองคดีมาหักกันนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2554 ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาณุก่อสร้าง โจทก์ จังหวัดชัยนาท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาณุก่อสร้าง · จำเลย - จังหวัดชัยนาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนอง เล่าศรีวรกต · ศุภชัย สมเจริญ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 2036/2542ฎีกา 2776/2525ฎีกา 654/2541ฎีกา 881/2544ฎีกา 1092/2505ฎีกา 258/2530ฎีกา 3515/2532ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 793/2507ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1553/2527ฎีกา 158/2509ฎีกา 2747/2534ฎีกา 601/2537ฎีกา 2474/2541ฎีกา 5154/2530ฎีกา 24/2542ฎีกา 419/2480ฎีกา 1336/2506ฎีกา 1533/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ