⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1533/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการจ้างทำของ แม้จะพิสูจน์จำนวนสินจ้างไม่ได้ ศาลก็มีอำนาจกำหนดสินจ้างให้ตามสมควรได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นทนายว่าความให้จำเลย เมื่อพฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นที่แน่ว่าโจทก์ทำงานให้จำเลยโดยมีสินจ้างมิใช่ทำให้เปล่า แม้จะฟังไม่ได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบจำนวนค่าจ้างมา ศาลก็กำหนดสินจ้างให้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.602 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.606

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ว่าความเรื่องหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งนายกุนดันซิงห์ทำให้จำเลยไว้ ๒,๕๙๖,๐๗๔.๑๖ บาท ตกลงค่าจ้างว่าความว่าถ้าคดีชนะในชั้นที่สุดจำเลยจะจ่ายค่าทนายความตามที่ศาลสั่งให้ทั้งหมดแก่โจทก์และจำเลยจะให้เงินอีกจำนวนหนึ่งเท่ากับราคารถยนต์เบนซ์ ๑๙๐ ใหม่ ๑ คัน ราคา ๑๒๐,๐๐๐ บาท คดีแพ้ก็เป็นพับไป โจทก์เป็นทนายดำเนินคดีให้จำเลยจนชนะทั้ง ๓ ศาล จำเลยได้รับเงินค่าทนายความที่นายกุนดันซิงห์วางศาลไว้แล้ว ๗๐,๐๐๐ บาท รถยนต์เบนซ์และค่าทนายความชั้นศาลฎีกาจำเลยยังไม่จ่ายให้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าทนายความ ๓๕,๐๐๐ บาทและค่ารถยนต์เบนซ์ ๑๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยให้หลวงอรรฆพัสดุการเป็นทนาย แต่หลวงอรรฆ ฯ มอบให้โจทก์ว่าคดีแทน คิดค่าจ้างร้อยละ ๕ ของทุนทรัพย์ที่จะได้รับจากจำเลยคดีนั้น จำเลยชำระแล้ว ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าทนายที่จะได้รับจากศาลเป็นของจำเลย คดีขาดอายุความ สัญญาจ้างว่าความคิดค่าจ้างเป็นส่วนของเงินที่ชนะความตกเป็นโมฆะ จำเลยชำระเงินไปแล้วรวมเป็นเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อตกลงคิดค่าจ้างตามส่วนของทุนทรัพย์ที่จะได้รับในคดี เป็นการแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินอันเป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๑๒(๒) ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เป็นโมฆะ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาไม่เชื่อพยานโจทก์ที่นำสืบถึงค่าจ้างตามจำนวนในข้อตกลงด้วยวาจาดังฟ้องได้ ส่วนที่จำเลยนำสืบว่าได้ตกลงจ้างหลวงอรรฆฯ ก็ฟังเป็นความจริงไม่ได้ พฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นที่แน่ใจว่าโจทก์ทำงานให้จำเลยโดยมีสินจ้างมิใช่ทำให้เปล่า แม้จะฟังไม่ได้ทั้งตามที่โจทก์จำเลยนำสืบจำนวนค่าจ้างมา ศาลฎีกาจึงกำหนดสินจ้างในคดีนี้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนค่าทนายที่ศาลกำหนดให้นี้ก็ฟังไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยตกลงกันให้เป็นของโจทก์ เงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์รับไป ๗๐,๐๐๐ บาท จึงถือว่าเป็นค่าจ้างที่โจทก์รับไปส่วนหนึ่ง และฟังว่าได้มีการรับเงินจากจำเลยไปตั้งแต่แรกตกลงรับเป็นทนาย ๒๐,๐๐๐ บาท ระหว่างดำเนินคดีได้มีการจ่ายเงินกันอีก ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงต้องจ่ายเงินให้โจทก์อีก ๑๐,๐๐๐ บาท พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2509 หลวงอรรถกัลยาณวินิจ โจทก์ นายฮันซราช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงอรรถกัลยาณวินิจ · จำเลย - นายฮันซราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชวน พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา