⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 258/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายมีวัตถุประสงค์หลักที่การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ส่วนการรับจ้างทำของมีวัตถุประสงค์หลักที่การทำงานให้สำเร็จลุล่วง หากการงานที่ทำสำเร็จมีความสำคัญกว่าวัตถุดิบที่ใช้ ถือเป็นการรับจ้างทำของ แต่หากวัตถุดิบมีความสำคัญกว่า ถือเป็นการซื้อขาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อแตกต่างระหว่างการซื้อขายและการรับจ้างทำของนั้นหาได้อยู่ที่เจตนาและกริยาของคู่กรณีที่ประพฤติต่อกันแต่ประการเดียวไม่ แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า สัมภาระกับการงานที่รับทำจนสำเร็จนั้นสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ถ้าการงานที่รับทำจนสำเร็จสำคัญกว่าสัมภาระก็เป็นรับจ้างทำของ แต่ถ้าไม่สำคัญกว่าก็เป็นการซื้อขาย การผลิตอิฐทนไฟไม่ว่าจะเป็นการผลิตแบบมาตรฐานหรือผลิตตามคำสั่งเป็นการเฉพาะราย วัตถุดิบหรือสัมภาระที่ใช้ได้แก่บล๊อกไซด์ ชามอส อลูมิน่า ดินทนไฟ นำมาผสมกัน เติมด้วยสารเคมีแล้วนาไปอัดเป็นรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นจึงนำไปเผาไฟ จึงเห็นได้ว่าอิฐทนไฟที่ผลิตหาได้มีความสำคัญไปกว่าสัมภาระหรือวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตไม่ การผลิตอิฐทนไฟตามคำสั่งเฉพาะรายของลูกค้าจึงมิใช่เป็นการรับจ้างทำของ แต่เป็นการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟเช่นเดียวกับอิฐทนไฟแบบมาตรฐานนั่นเอง ดังนั้นรายรับที่ได้จากการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟตามคำสั่งของลูกค้าเป็นการเฉพาะราย จึงต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 1.การขายของ ชนิด 1 (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 7 เช่นเดียวกับรายรับที่ได้จากการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟแบบมาตรฐาน มิใช่เสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 4.การรับจ้างทำของ ชนิด 1 (ฉ) ในอัตราร้อยละ 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 ประมวลรัษฎากร ม.77 ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยอ้างว่าการเสียภาษีการค้าประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ และ ๒๕๒๒ ของโจทก์ โดยนำรายรับจากการผลิตอิฐทนไฟไปเสียภาษีการค้าบางส่วนไว้ตามประเภทการค้า ๔. การรับจ้างทำของ ชนิด ๑ (ฉ) ในอัตราร้อยละ ๒ เป็นการเสียภาษีผิดประเภทการค้าและได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าตามาประเภทการค้า ๑. การขายของชนิด ๑ (ก) ในอัตราร้อยละ ๗ โจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องจึงอุทธรณ์การประเมินคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ ขอให้พิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ จำเลยให้การว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟ โจทก์นำรายรับแยกเสียภาษีการค้าออกเป็น ๒ ประเภทคือ การผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟแบบมาตรฐาน โจทก์นำรายรับจากการจำหน่ายเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า ๑.การขายของ ชนิด ๑ (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ ส่วนอีกประเภทหนึ่งเป็นการผลิตอิฐทนไฟตามคำสั่งของลูกค้าเป็นการเฉพาะรายที่ต้องการอิฐทนไฟที่มีแบบ ขนาดและการทนความร้อนสูงกว่าอิฐทนไฟแบบมาตรฐาน โจทก์นำรายรับจากการจำหน่ายเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า ๔.การรับจ้างทำของ ชนิด ๑ (ฉ) ตามบัญชีอัตราการค้าในอัตราร้อยละ ๒ โดยอ้างว่าเป็นการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟในลักษณะของการรับจ้างทำของ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อแตกต่างระหว่างการซื้อขายและการรับจ้างทำของนั้นหาได้อยู่ที่เจตนาและกริยาของคู่กรณีที่ประพฤติต่อกันแต่ประการเดียวไม่ แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องพิจารณาว่าสัมภาระกับการงานที่รับทำจนสำเร็จนั้นสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ถ้าการงานที่รับทำจนสำเร็จสำคัญกว่าสัมภาระก็เป็นการรับจ้างทำของ แต่ถ้าไม่สำคัญกว่าก็เป็นการซื้อขายสำหรับการผลิตอิฐทนไฟไม่ว่าจะเป็นการผลิตแบบมาตรฐานหรือผลิตตามคำสั่งเป็นการเฉพาะรายนั้น วัตถุดิบหรือสัมภาระที่ใช้ในการทำอิฐทนไฟได้แก่บล๊อกไซด์ ชามอส อลูมิน่า ดินทนไฟ นำมาผสมกันเติมด้วยสารเคมี แล้วนำไปอัดเป็นรูปแบบต่าง ๆ จากนั้นจึงนำไปเผาไฟ จึงเห็นได้ว่าอิฐทนไฟที่ผลิตหาได้มีความสำคัญไปกว่าสัมภาระหรือวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตไม่ การผลิตอิฐทนไฟตามคำสั่งเฉพาะรายของลูกค้าจึงหาใช่เป็นการรับจ้างทำของไม่ แต่เป็นการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟเช่นเดียวกับอิฐทนไฟแบบมาตรฐานนั่นเอง ดังนั้นรายรับที่ได้จากการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟตามคำสั่งของลูกค้าเป็นการเฉพาะรายจะต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า ๑.การขายของ ชนิด ๑ (ก) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๗ เช่นเดียวกับการผลิตและจำหน่ายอิฐทนไฟแบบมาตรฐาน จะนำแยกเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า ๔. การรับจ้างทำของชนิด ๑ (ฉ) ในอัตราร้อยละ ๒ หาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2530 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1976-1978/2500ฎีกา 5622/2536ฎีกา 5453/2539ฎีกา 1167/2523ฎีกา 3240/2543ฎีกา 4630/2534ฎีกา 327/2475ฎีกา 1311/2494ฎีกา 1867/2530ฎีกา 4785/2540ฎีกา 4385/2540ฎีกา 1588/2522ฎีกา 781/2547ฎีกา 2326/2544ฎีกา 225/2504ฎีกา 438/2517ฎีกา 138/2534ฎีกา 1908/2537ฎีกา 3293/2547ฎีกา 1675/2512ฎีกา 2242/2532ฎีกา 1497/2549ฎีกา 688/2497ฎีกา 588/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา