คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างทำของที่ตกลงให้ทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทนนั้น ไม่เป็นโมฆะหากวัตถุประสงค์ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี และหากทรัพย์สินที่ตกลงให้เป็นค่าตอบแทนถูกขายไปก่อน ผู้ว่าจ้างต้องชดใช้ราคาของทรัพย์สินนั้นตามราคาในขณะที่ถูกขาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยว่าจ้างโจทก์ให้หาทนายความที่มีความซื่อสัตย์และมีความสามารถให้ แต่จำเลยไม่มีเงิน จึงตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นที่ดินจำนวน 2 ไร่ ดังนี้ เป็นสัญญาจ้างทำของ และสัญญาดังกล่าวไม่เป็นการว่าจ้างให้ไปกระทำการอันผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือใช้สิทธิเกี่ยวกับการดำเนินคดี หรือแสวงหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความ ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงไม่เป็นโมฆะ และเมื่อจำเลยขายที่ดินนั้นไปเสียก่อน จำเลยต้องใช้ราคาที่ดินในขณะที่ขายมิใช่ขณะทำสัญญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีคดีพิพาทเกี่ยวกับมรดก โจทก์และสามีรับเป็นธุระพาจำเลยที่ ๑ ไปติดต่อกับทนายความคนหนึ่งให้เป็นทนายว่าต่างให้จำเลยทั้งสองได้สัญญาจ่ายค่าบำเหน็จให้โจทก์เป็นที่ดินเนื้อที่ ๒ ไร่ แต่ต่อมาจำเลยขายที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่นไป ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า สัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นสัญญาที่แสวงหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความกัน มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะ จำนวนเงินที่ฟ้องก็สูงเกินความจริง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่โจทก์จำนวน ๓๒,๐๐๐ บาท
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยต้องรับผิดในราคาที่ดินที่ขายเป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท
โจทก์ฎีกาว่าราคาที่ดินขณะขายควรจะเป็นตารางวาละ ๑,๖๐๐ บาท
จำเลยทั้งสองฎีกาว่าสัญญาเป็นโมฆะ จำเลยทั้งสองไม่ได้ทำสัญญาให้โจทก์ หากฟังว่าทำสัญญาควรคิดราคาที่ดินขณะทำสัญญาคือไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท
ตามฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องจำเลยว่าจ้างโจทก์ให้ช่วยหาทนายความที่ซื่อสัตย์และมีความสามารถเพื่อฟ้องคดีมรดก จำเลยไม่มีเงินจึงตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นที่ดินจำนวน ๒ ไร่ ไม่ได้ว่าจ้างให้ไปกระทำการอันผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือใช้อิทธิพลเกี่ยวกับการดำเนินคดีและไม่ใช่เรื่องแสวงหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความโดยโจทก์ไม่มีส่วนได้เสีย เป็นสัญญาจ้างทำของไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ
ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองควรชดใช้ราคาที่ดินเป็นจำนวนเท่าใดนั้น สัญญาข้อ ๒ มีใจความว่า ขณะนี้ผู้ว่าจ้าง (จำเลยทั้งสอง) ยังไม่มีเงินหรือทรัพย์ที่จะจ่ายเป็นค่าจ้าง จึงทำสัญญานี้ให้ไว้ เมื่อได้รับทรัพย์มรดกแล้วยอมยกที่ดินโฉนดที่ ๑๕๐๙ จำนวน ๒ ไร่ ให้เป็นค่าจ้างทันที เห็นได้ว่าสาระสำคัญของสัญญาคือ จำเลยยอมยกที่ดิน ๒ ไร่ ให้โจทก์เป็นค่าจ้าง การที่จำเลยได้มรดกแล้วขายที่ดินแก่บุคคลอื่นไป ย่อมต้องใช้ราคาที่ดินขณะขายไม่ใช่ขณะทำสัญญา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2525
นางสมบุญ รตารุณ โจทก์
ร้อยโทกิตติ แย้มเกษม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสมบุญ รตารุณ · จำเลย - ร้อยโทกิตติ แย้มเกษม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา