⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5465-5466/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5465-5466/2555

ป.พ.พ. ม.68, 150

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่กำหนดให้ทรัพย์สินของผู้เช่าตกเป็นของผู้ให้เช่าหากผู้เช่าไม่ขนย้ายออกภายในระยะเวลาที่กำหนด จะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผู้ให้เช่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาครบถ้วนทุกประการแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าห้องชุดจากผู้ร้อง สัญญาเช่าข้อ 19 ที่มีข้อความว่า "ในกรณีผู้เช่าไม่ขนย้ายทรัพย์สินหรือสิ่งของต่างๆ ของผู้เช่าออกจากสถานที่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่การเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าและขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าออกจากสถานที่เช่าได้ โดยผู้ให้เช่าจะแจ้งให้ผู้เช่ามารับคืนภายในกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือแจ้ง หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวผู้เช่าไม่ติดต่อขอรับคืน ให้ทรัพย์สินของผู้เช่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า" เป็นกรณีจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าตกลงสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตนให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ให้เช่า ไม่มีลักษณะที่ผู้ร้องได้เปรียบจนเกินสมควรและไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม สัญญาข้อนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องส่งหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพิพาทออกจากสถานที่เช่าไปยังห้องชุดที่จำเลยเช่าอันเป็นสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 68 แล้ว แต่ผู้ร้องยังไม่ได้แจ้งให้จำเลยมารับทรัพย์สินพิพาทคืนภายในกำหนด 1 เดือน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทของจำเลยจึงไม่ตกเป็นของผู้ร้องตามสัญญาเช่าข้อ 19 โจทก์ทั้งสองมีสิทธินำยึดทรัพย์สินพิพาทตามบัญชียึดทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.68 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.68 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้าง 50,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 1 และ 25,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ทั้งสอง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์สิน โจทก์ทั้งสองให้การขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า การที่ผู้ร้องตกลงกับจำเลยให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทที่ถูกยึดโดยผลตามสัญญาเช่าข้อ 19 แตกต่างจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน การจะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 4 การที่ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินตามสัญญาเช่าโดยแจ้งไปยังที่อยู่อันเป็นสถานที่เช่านั้นเองย่อมเป็นไปไม่ได้ว่าจำเลยจะทราบหนังสือดังกล่าว จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทโดยปริยาย คงฟังได้แต่เพียงว่าผู้ร้องแสดงเจตนาเข้าครอบครองทรัพย์สินเพื่อจะยึดถือเพื่อตน ผู้ร้องครอบครองทรัพย์สินพิพาทซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ยังไม่ครบห้าปี ทรัพย์สินพิพาทจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมมีสิทธินำยึดทรัพย์สินพิพาทขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธินำยึดทรัพย์สินพิพาทตามบัญชียึดทรัพย์หรือไม่ โดยผู้ร้องอุทธรณ์ว่า สัญญาเช่าข้อ 19 ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และผู้ร้องได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยย้ายทรัพย์สินออกไปตามสัญญาเช่าแล้ว แม้จะส่งหนังสือไปยังสถานที่เช่าแต่สถานที่ดังกล่าวก็เป็นสำนักงานใหญ่ ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนา ทรัพย์สินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธินำยึด เห็นว่า สัญญาเช่าข้อ 19 มีข้อความว่า "ในกรณีผู้เช่าไม่ขนย้ายทรัพย์สินหรือสิ่งของต่างๆ ของผู้เช่าออกจากสถานที่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่การเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าและขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าออกจากสถานที่เช่าได้ โดยผู้ให้เช่าจะแจ้งให้ผู้เช่ามารับคืนภายในกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือแจ้ง หากเลยกำหนดเวลาผู้เช่าไม่ติดต่อขอรับคืน ให้ทรัพย์สินของผู้เช่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า" เห็นได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าตกลงสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ให้เช่าหากปรากฏข้อเท็จจริงตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า ซึ่งเงื่อนไขในสัญญาก็ไม่มีลักษณะที่ผู้ให้เช่าได้เปรียบจนเกินสมควร ทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ สัญญาเช่าข้อ 19 จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การที่ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์ออกไปจากสถานที่เช่า โดยส่งหนังสือแจ้งให้ขนย้ายไปยังบ้านเลขที่ 919/455 อาคารจิวเวลรี่เทรด เซ็นเตอร์ ชั้นที่ 38 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร แม้สถานที่จะเป็นห้องที่จำเลยเช่า แต่ตามหนังสือรับรองจำเลยและในสัญญาเช่าก็ปรากฏว่าห้องเลขที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลและถือเป็นภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 68 การแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกจากห้องเช่าจึงเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งสัญญาเช่า แต่แม้ผู้ร้องจะแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกจากห้องเช่าแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ร้องต่อเมื่อผู้ร้องแจ้งให้จำเลยมารับคืนภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือแล้วจำเลยไม่ติดต่อขอรับคืนภายในกำหนด เมื่อผู้ร้องยังไม่ได้แจ้งให้จำเลยมารับทรัพย์สินพิพาทคืนภายในกำหนด 1 เดือน ตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าเสียก่อน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทจึงไม่ตกเป็นของผู้ร้องตามสัญญาเช่า ข้อ 19 โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธินำยึดทรัพย์สินพิพาทตามบัญชียึดทรัพย์ ศาลแรงงานกลางพิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5465 - 5466/2555 นางใจทิพย์ อิ่มใจ กับพวก โจทก์ บริษัทไทยบุญรุ่ง (กรุงเทพ) จำกัด ผู้ร้อง บริษัทโมรารี่ ไดมอนด์ แอนด์ จิวเวลรี่ อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางใจทิพย์ อิ่มใจ กับพวก · ผู้ร้อง - บริษัทไทยบุญรุ่ง (กรุงเทพ) จำกัด · จำเลย - บริษัทโมรารี่ ไดมอนด์ แอนด์ จิวเวลรี่ อิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีป ตันสวัสดิ์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิทยา ทาระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.761/2549

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 990/2514ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 13566/2558ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 370/2518ฎีกา 6096/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6163/2537ฎีกา 156/2513ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5553/2537ฎีกา 5162/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 958/2552ฎีกา 1645/2538ฎีกา 17923/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา