⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2438/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2438/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อหลักฐานในสำนวน ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย การที่จำเลยสลักหลังเช็คของผู้อื่นมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ และต่อมาได้ทำหนังสือมอบอำนาจโอนสิทธิเรียกร้องของตนที่มีต่อผู้อื่นให้โจทก์เพื่อไปรับชำระหนี้ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อหลักฐานในสำนวน เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยสลักหลังเช็คของผู้อื่นมอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ ต่อมาธนาคารปฏิเสธว่าจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยจึงทำหนังสือมอบอำนาจโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้อื่นให้โจทก์เพื่อไปรับชำระหนี้ดังกล่าว ดังนี้ ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์และค้างชำระราคาอยู่ ๔๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยรับสภาพหนี้โดยมอบอำนาจให้โจทก์ไปรับเงินค่าจ้างแรงงานที่บริษัทไทยวิศวกรรมเป็นหนี้จำเลยเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแทนจำเลย แต่บริษัทไทยวิศวกรรมปฏิเสธไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยใช้หนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาทจริง จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์โดยสลักหลังเช็คของนายนิพนธ์มอบให้โจทก์ ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยจึงมอบอำนาจให้โจทก์ไรับเงินจำนวนดังกล่าวจากบริษัทไทยวิศวกรรม แต่รับเงินไม่ได้โจทก์จึงนำเช็คดังกล่าวมารับเงินสด ๔๐,๐๐๐ บาทจากจำเลยไปแล้ว จึงไม่มีหนี้ต่อกัน หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่ใช่หนังสือรับสภาพหนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์ จำเลยทั้งสองขออุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติว่าจำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์หลายครั้ง และได้ชำระเงินบางส่วนไปแล้ว คงค้างชำระเงินอยู่อีก ๔๐,๐๐๐ บาท และจำเลยยังมิได้ชำระเงินจำนวนนี้แก่โจทก์ คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๖ ที่จำเลยคัดค้านมาในฎีกาข้อ ๑ ว่า ศาลอุทธรณ์อ้างว่าจำเลยมิได้ส่งเอกสารไว้ในคดีประกอบข้ออ้างว่าโจทก์ได้คืนเช็คซึ่งนายนิพนธ์สั่งจ่ายจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยได้ส่งเอกสารคือเช็คหมาย ล.๑ ต่อศาลไว้แล้ว จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อหลักฐานในสำนวนนั้น เห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ก็โดยวินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว ฉะนั้น จำเลยจะส่งเอกสารประกอบข้ออ้างของจำเลยหรือไม่ก็หาทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไม่ ข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาจำเลยข้อ ๒ มีปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือไม่นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การรับสภาพหนี้นั้นกฎหมายมิได้บัญญัติรูปแบบไว้แต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ตอนท้ายบัญญัติว่า ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบแคลงสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้นก็ใช้ได้คดีนี้เท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้สลักหลังเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสุขสวัสดิ์ หมายเลขที่ ๘๒๓๙๖๗ ซึ่งนายนิพนธ์เป็นผู้สั่งจ่ายให้จำเลย จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ล.๑ ชำระหนี้โจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว หลังจากนั้นจำเลยจึงทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ ให้โจทก์ไปรับเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาทจากบริษัทไทยวิศวกรรม จำกัด ซึ่งค้างชำระค่าแรงเจาะบ่อบาดาล ตามเอกสารหมาย จ.๑ เมื่อพิจารณาข้อความในเอกสารหมาย จ. ๑ ประกอบกับเช็คหมาย ล.๑ แล้ว เห็นได้ว่าเอกสารหมาย จ.๑ เป็นหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อบริษัทไทยวิศวกรรม จำกัด ให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้รายพิพาท ดังนี้ ย่อมถือว่าได้เอกสารหมาย จ.๑ เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๖ เอกสารดังกล่าวหาใช่ใบมอบอำนาจดังที่จำเลยอ้างไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2438/2523 ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส อาร์ เอ็นจิเนียริ่ง ฯ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญสมรวมช่างเทรดดิ้งฯ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส อาร์ เอ็นจิเนียริ่ง ฯ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุญสมรวมช่างเทรดดิ้งฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ สำเร็จประสงค์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย บูรณสมภพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 2460/2517ฎีกา 891/2510ฎีกา 873/2508ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 916/2509ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา