⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 509/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินและกิจการถูกส่งมอบให้แก่ผู้รับโอนไปดำเนินการก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ และผู้รับโอนได้ซื้อทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ผู้ส่งมอบย่อมต้องรับผิดในหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการซื้อทรัพย์สินนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายกิจการและโรงงานให้จำเลยที่ 2 ระหว่างรอโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 1 มอบกิจการและโรงงานซึ่งตนเป็นเจ้าของให้จำเลยที่ 2 ไปดำเนินการ ซึ่งต้องมีการซื้อสิ่งของมาใช้และกลายเป็นทรัพย์ที่ติดไปกับโรงงานและกิจการของโรงงานซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ได้เป็นเจ้าของทรัพย์นั้นด้วย ส่วนจำเลยที่ 2 ก็ได้รับผลประโยชน์จากผลผลิตของโรงงานอันเป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่นนี้ เมื่อจำเลยที่ 2 ไปซื้อของเชื่อจากโจทก์เพื่อประโยชน์ร่วมกันดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายเสริมจำเลยที่ ๒ นายสุขสันต์ จำเลยที่ ๓ ได้ซื้อเชื่อสิ่งของในนามห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ รู้และยินยอม โจทก์ส่งของไปให้จำเลยที่ ๑ หลายครั้งรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๑๓๑,๕๐๑.๒๐ บาท ได้ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระจึงขอให้จำเลยร่วมกันรับผิด จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การปฏิเสธ สำหรับจำเลยที่ ๓ โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นเห็นว่า ระยะแรกจำเลยที่ ๑ ได้เชิดจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทน ฉะนั้น จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ผู้เดียว ส่วนระยะหลังจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดในการสั่งซื้อของต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๓๑,๐๒๐.๖๕ บาท และให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงิน ๑๐๐,๔๘๐.๕๕ บาท แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาซื้อขายกิจการและโรงงานต่อกัน แต่ยังรอการโอนกรรมสิทธิ์ต่อกันอยู่ กิจการและโรงงานจึงยังเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๑ มอบกิจการและโรงงานให้จำเลยที่ ๒ ไปดำเนินการตลอดทั้งมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ทำการจำนองจำนำทรัพย์สินต่าง ๆ ของโรงงานได้ด้วย เห็นว่ากิจการโรงงานนี้ย่อมเป็นที่รู้อยู่ว่าจะต้องมีการซื้อสิ่งของอันเป็นเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ มาใช้ในโรงงานและกิจการของโรงงาน และกลายเป็นทรัพย์อันติดไปกับโรงงานและกิจการของโรงงาน จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานและกิจการก็ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ซื้อมาใช้นั้น ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการกิจการก็ได้รับประโยชน์จากผลผลิตจากโรงงาน และเป็นประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองตามสัญญาซื้อขาย ฉะนั้นตามพฤติการณ์ระหว่างจำเลยทั้งสองจึงแสดงว่า การที่จำเลยที่ ๑ มอบกิจการและมอบอำนาจแก่จำเลยที่ ๒ นั้น เป็นการมอบให้จำเลยที่ ๒ ดำเนินกิจการอันเป็นประโยชน์ร่วมกัน ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ ๒ สำหรับเงินค่าซื้อของเชื่อ ๑๐๐,๔๘๐.๕๕ บาทด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินอีก ๑๐๐,๔๘๐.๕๕ บาท ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ด้วย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2506 นายเม่งโตว แซ่จึง โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานน้ำตาลวาริน โดยนายอุดม รัตนิน เป็นผู้จัดการ ที่ 1 นายเสริม โรจนเสถียร ที่ 2 นายสุขสันต์ รัตนิน ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเม่งโตว แซ่จึง · 1 - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานน้ำตาลวาริน โดยนายอุดม รัตนิน เป็นผู้จัดการ ที่ · ล. - นายเสริม โรจนเสถียร ที่ 2 นายสุขสันต์ รัตนิน ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · ไชยเจริญ สันติศิริ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี ลิมปนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 6567/2544ฎีกา 1280/2492ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 2093/2532ฎีกา 4879/2533ฎีกา 144/2549ฎีกา 3394/2536ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545ฎีกา 1037/2540ฎีกา 4145/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา