⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6567/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6567/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในนามของจำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 2 ได้รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตน และโจทก์ได้เข้าทำนิติกรรมโดยสุจริต

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 อ้างแก่โจทก์ว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการขายรถยนต์ จำเลยที่ 1 ได้ออกหนังสือรับรองการจำหน่ายรถยนต์ซึ่งหัวกระดาษเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 ให้แก่โจทก์และลูกค้าทั่ว ๆ ไป ที่มาซื้อรถยนต์ จำเลยที่ 2 ทราบแต่ไม่ได้ทักท้วงหรือสั่งห้ามจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด ทั้งจำเลยที่ 2 ยังได้ส่งมอบรถยนต์พิพาทให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการขายรถยนต์เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 ในประการที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 จะนำรถยนต์พิพาทขายแก่บุคคลทั่ว ๆ ไป พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ 2 รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 1 เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 เมื่อโจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต จำเลยที่ 2 จึงต้อง รับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ แบบกระบะ สีเขียว หมายเลขเครื่อง เอฟ - ๑๐๘๖๗ หมายเลขตัวถัง เอ ๙๑๓๙๐๐๘ ให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งมอบได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๓๓๘,๕๙๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาท ให้แก่โจทก์ หากส่งมอบไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๓๓๘,๕๙๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๓๙ โจทก์ได้ซื้อรถยนต์กระบะคันพิพาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ จากจำเลยที่ ๑ ในราคา ๓๓๒,๐๐๐ บาท โดยชำระราคาครบถ้วน และรับรถยนต์คัน ดังกล่าวจากจำเลยที่ ๑ ไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมส่งมอบหลักฐานทางทะเบียน และใบคู่มือจดทะเบียนให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ในการขายรถยนต์พิพาทให้ แก่โจทก์หรือไม่ พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อโจทก์ซื้อรถยนต์คันพิพาทโดยชำระราคาครบถ้วนและรับรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ ๑ มาแล้ว จำเลยที่ ๑ แจ้งว่าหลักฐานทางทะเบียนและใบคู่มือจดทะเบียนนั้นอยู่ที่จำเลยที่ ๒ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนขายรถยนต์ให้แก่จำเลยที่ ๒ ต้องใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน โจทก์จึงจะได้รับ ระหว่างรอหลักฐานจำเลยที่ ๑ ออกหนังสือรับรองการจำหน่ายรถยนต์ให้แก่โจทก์ และจากคำเบิกความของพยานจำเลยที่ ๒ ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ แจ้งว่าหลักฐานทางทะเบียนและใบจดทะเบียนนั้นอยู่ที่จำเลยที่ ๒ ต้องรอให้จำเลยที่ ๒ ส่งมาก่อน เนื่องจากจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ให้แก่จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ ได้ออกหนังสือรับรองการจำหน่ายรถยนต์ให้แก่โจทก์ หนังสือฉบับนี้เป็นของจำเลยที่ ๒ แม้ว่าจำเลยที่ ๒ จะปฏิเสธ แต่ตามพฤติการณ์เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ จะต้องทำ การค้ารถยนต์กันมานาน หากจำเลยที่ ๑ ออกใบรับรองซึ่งหัวกระดาษเป็นชื่อของจำเลยที่ ๒ ให้แก่ลูกค้าทั่ว ๆ ไป จำเลยที่ ๒ ก็น่าจะทราบ หากจำเลยที่ ๒ ไม่เชิดหรือยอมให้จำเลยที่ ๑ เชิดตัวเองเป็นตัวแทนจำเลยที่ ๒ แล้ว จำเลยที่ ๒ ก็น่าจะต้องทักท้วงหรือสั่งห้ามจำเลยที่ ๑ ไม่ให้กระทำเช่นนั้น ดังนี้ เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ ส่งมอบรถยนต์พิพาทให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ ซึ่งประกอบกิจการขายรถยนต์เช่นเดียวกับจำเลยที่ ๒ ในประการที่เห็นได้ว่า จำเลยที่ ๑ จะนำรถยนต์พิพาทไปขายแก่บุคคลทั่ว ๆ ไป พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ ๑ เชิดตัวเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ อีกเช่นกัน เมื่อโจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ ๑ โดยสุจริต จำเลยที่ ๒ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๒ ส่งมอบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ แบบกระบะสีเขียว หมายเลขเครื่อง เอฟ - ๑๐๘๖๗ หมายเลขตัวถัง เอ-๙๑๓๙๐๐๘ ให้แก่โจทก์ หากส่งมอบไม่ได้ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๓๓๘,๕๙๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6567/2544 นายสมบูรณ์ สุริยะดี โจทก์ นายฤทธิ์หรือชัยฤทธิ์ ใจกล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบูรณ์ สุริยะดี · จำเลย - นายฤทธิ์หรือชัยฤทธิ์ ใจกล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย วิสิทธวงศ์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · จรูญวิทย์ ทองสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา