คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากความโกรธฉับพลันที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเผชิญหน้า ไม่ถือเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับภรรยาจำเลย ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพาภรรยาจำเลยไปค้างที่อื่น จำเลยจึงไปหาผู้ตาย ณ ที่ทำงาน เพื่อขอให้ผู้ตายส่งภรรยาของจำเลยคืน ไม่ได้ตั้งใจไปทำร้ายผู้ตายเมื่อพบผู้ตาย ผู้ตายหลบหนีจำเลยเข้าไปในห้องน้ำ จำเลยจึงเกิดมีความโกรธขึ้นได้ตามเข้าไปแทงผู้ตายในห้องน้ำถึงแก่ความตายด้วยอาวุธที่จำเลยพกติดตัวมา ดังนี้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ไม่ผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เหล็กขูดชาร์ปแทงนายจงรักษ์ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า และไตร่ตรองไว้ก่อนด้วยการเตรียมอาวุธเข้าไปทำร้ายผู้ตายในสถานที่ราชการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙(๔) และริบเหล็กขูดชาร์ปของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๔) วางโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนและเบิกความรับว่าแทงผู้ตายจริงเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘, ๕๒ คงจำคุก ๑๒ ปี ริบเหล็กขูดชาร์ปของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุกตลอดชีวิต ลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘, ๕๓ คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑๒ ปี นอกจากที่แก้นี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบา โดยจำเลยกระทำผิดขณะบันดาลโทสะ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีความโกรธเคืองผู้ตายมาก่อนที่เป็นชู้กับภรรยาจำเลย แต่จำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายผู้ตายมาก่อน จำเลยได้ติดต่อขอร้องให้ผู้ตายเลิกยุ่งเกี่ยวกับภรรยาจำเลย ผู้ตายก็ไม่เลิกยุ่งเกี่ยว กลับพาภรรยาของจำเลยไปค้างหลับนอนที่อื่น การที่จำเลยมาพบกับผู้ตาย (ที่กระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้ตาย) ครั้งนี้ก็ต้องการจะพบผู้ตายเพื่อให้ผู้ตายส่งภรรยาของจำเลยคืน เมื่อผู้ตายหลบหน้าหนีเข้าห้องน้ำ จำเลยก็ตามไปพบผู้ตายในห้องน้ำ เมื่อจำเลยพบก็ได้แทงผู้ตายถึงแก่ความตายกรณีเพียงเท่านี้ ยังไม่บ่งชี้ว่าจำเลยฆ่าโดยจำเลยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จะได้ความว่าจำเลยมีอาวุธติดตัวมาด้วยก็ดี น่าเชื่อว่าเหตุเกิดขึ้นเพราะจำเลยโมโหที่ผู้ตายหลบหนีหน้าทำความยุ่งยากให้แก่จำเลย จำเลยจึงมีความโกรธขึ้นที่ผู้ตายพาภรรยาจำเลยไปแล้วมาขอพบก็ยังหลบหน้า จึงทำร้ายผู้ตายส่วนที่จำเลยอ้างว่าแทงผู้ตายขณะบันดาลโทสะ โดยอ้างข้อเท็จจริงว่าผู้ตายพูดดูหมิ่นจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ารับฟังข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2514
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายเตาเซ้ง แซ่จัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเตาเซ้ง แซ่จัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา