⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1163/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ทรัพย์สินที่ผู้รับได้ใช้เงินของตนเองชำระหนี้สินแทนผู้ให้ ถือเป็นการให้ที่ผู้รับได้เสียสละทรัพย์สินของตนเองไป ผู้ให้จะบอกเลิกสัญญาการให้นั้นเพราะเหตุเนรคุณไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

มารดายกที่ดินให้แก่บุตรโดยบุตรออกเงินชำระหนี้จำนองแทนมารดาเพราะมารดาไม่มีเงิน แล้วมารดามอบอำนาจให้บุตรไปไถ่ถอนจำนองและทำนิติกรรมให้ที่ดินจำเลยในวันเดียวกันนั้นดังนี้ ถือว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน มารดาจะถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.535

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยกที่ดินนา 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 49 ไร่1 งาน 5 วา มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) อยู่ที่ตำบลคลองคูณ อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ให้จำเลย ต่อมาโจทก์ชราทำมาหากินไม่ไหว และไม่มีเงินซื้อของกินของใช้ จึงไปขอจำเลย 200 บาท จำเลยไม่ให้ โจทก์ขอนาคืน จำเลยกลับด่าหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้โอนที่นาคืนให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ก็ขอให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยในการโอน จำเลยให้การว่า ได้รับโอนที่ดินตามฟ้องโดยจำเลยได้ให้เงินเป็นค่าตอบแทนแก่โจทก์เนื่องจากโจทก์จำนองที่พิพาทไว้ โจทก์กลัวที่จะหลุดไปเป็นของคนอื่น จึงขายให้จำเลยเป็นเงิน 20,000 บาท โจทก์นำเงินไปไถ่ถอนจำนองแล้วโอนให้จำเลย จำเลยไม่เคยหมิ่นประมาทโจทก์และไม่เคยบอกปัดที่จะให้เงินโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า โจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลย หาใช่ตกลงซื้อขายกันดังที่จำเลยนำสืบ แต่จำเลยออกเงินชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่พิพาทแทนโจทก์ โจทก์จึงยกที่พิพาทให้จำเลย ถือได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535ไม่ใช่เป็นการให้โดยเสน่หา โจทก์จึงฟ้องเรียกที่พิพาทคืนจากจำเลยเพราะเหตุประพฤติเนรคุณไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นตามคำให้การจำเลยเพียงว่าโจทก์ขายที่พิพาทให้จำเลยหรือไม่เท่านั้น และเห็นว่า ตามสัญญาเป็นเรื่องให้ จำเลยจะนำสืบว่าเป็นการซื้อขายไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ส่วนข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยโอนคืนนาพิพาทให้โจทก์ภายใน 1 เดือน หากจำเลยไม่จัดการ ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำให้การจำเลย แม้จะกล่าวไว้ด้วยว่า โจทก์ขายที่ดินให้จำเลย แต่จำเลยก็ยังให้การถึงรายละเอียดต่อไปว่า โจทก์กลัวว่าที่พิพาทซึ่งโจทก์จำนองไว้กับสหกรณ์คลองคูณไม่จำกัดสินใช้จะหลุดไปเป็นของบุคคลอื่น จำเลยจึงได้รวบรวมเงินผ่อนชำระให้โจทก์และโจทก์นำเงินไปชำระหนี้สหกรณ์ฯ โดยไถ่ถอนจำนองและโอนให้จำเลยเป็นค่าตอบแทน อันเป็นการปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ได้โอนที่ให้จำเลยโดยเสน่หา หากแต่เป็นการโอนโดยมีค่าตอบแทน หรือนัยหนึ่งเป็นการให้โดยมีค่าภารติดพัน โดยจำเลยชำระเงินให้โจทก์ไปไถ่ถอนการจำนอง แล้วโอนให้จำเลยนั่นเอง ศาลจึงวินิจฉัยถึงเรื่องนี้ได้ ไม่เป็นการนอกประเด็นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าจำเลยออกเงินชำระหนี้จำนองแทนโจทก์เพราะโจทก์ไม่มีเงิน แล้วโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยไปไถ่ถอนจำนองและทำนิติกรรมให้ที่ดินจำเลยในวันเดียวกันนั้น อันเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพัน โจทก์จะถอนคืนการให้ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 535 ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์หรือไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2515 นางแดง หรุ่นขำ โจทก์ นางลิ้ม หรุ่นขำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแดง หรุ่นขำ · จำเลย - นางลิ้ม หรุ่นขำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 2651/2543ฎีกา 320/2538ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 310/2534ฎีกา 1516/2525ฎีกา 237/2529ฎีกา 2318/2527ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 972/2508ฎีกา 1101/2504ฎีกา 4036/2530ฎีกา 3020/2537ฎีกา 3880/2540ฎีกา 323/2486ฎีกา 818/2546ฎีกา 8480/2540ฎีกา 4475/2551ฎีกา 365/2499ฎีกา 444/2503ฎีกา 650/2541ฎีกา 2043/2523ฎีกา 5147/2537ฎีกา 1542/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา