⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2407-2408/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407-2408/2515

ป.วิ.แพ่ง ม.183, 223, 225 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามคำขอของจำเลยแล้ว จำเลยจะฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ต้องสืบพยานอีกไม่ได้ เพราะเป็นคำขอที่ขัดกันกับคำขอที่จำเลยได้รับไปแล้วในชั้นอุทธรณ์ - หากจำเลยไม่ได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในประเด็นใด ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยประเด็นนั้นให้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่หรือกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับคดีไปตามฟ้องแย้ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นบางข้อ และพิพากษาใหม่ทุกประเด็น เป็นการสมประโยชน์ตามคำขอของจำเลยในชั้นอุทธรณ์แล้ว จำเลยจะฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์.โดยไม่ต้องสืบพยานอีกไม่ได้ เพราะเป็นคำขอที่ขัดกันกับคำขอของจำเลยในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของจำเลยแล้ว ปัญหาที่ศาลอุทธรณ์กล่าวไว้ว่า ยังไม่จำต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์นั้น หากจำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบประการใด เป็นฎีกาที่จำเลยไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า เดิมหม่อมราชวงศ์ลดา ยุคล เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 6343 ตรงที่ตั้งตึกแถวเลขที่ 696 และที่ดินโฉนดที่ 6344 ตรงที่ตั้งตึกแถวเลขที่ 690 จำเลยสำนวนแรกเช่าที่ดินโฉนดที่ 6343 และตึกแถวเลขที่ 696 จำเลยสำนวนหลังเช่าที่ดินโฉนดที่ 6344 กับตึกแถวเลขที่ 690 หม่อมราชวงศ์ลดายกที่ดินและตึกที่กล่าวให้นายธีระ อูนากูล สัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินและตึกแถวจากนายธีระแล้วได้มอบให้นายไชยวุฒิมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดินและตึกแถวที่เช่า จำเลยไม่ยอมรับหนังสือ และอยู่ต่อมาโดยละเมิดขอให้พิพากษาบังคับจำเลยและบริวารให้รื้อถอน ขนย้าย ออกไป กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การและฟ้องแย้งว่า หม่อมราชวงศ์ลดาตกลงให้จำเลยสร้างตึกแถวในที่ดินตามฟ้องโจทก์จำเลยเสียค่าหน้าดินให้หม่อมราชวงศ์ลดารายละ 30,000 บาท จำเลยสำนวนหลังเสียค่าก่อสร้างตึกแถวอีก 50,000 บาทด้วย มีกำหนดเวลาเช่า 12 ปี เมื่อครบ 12 ปีแล้วจำเลยจึงจะยกตึกแถวพิพาทให้หม่อมราชวงศ์ลดา นายธีระและโจทก์ทราบข้อตกลงนี้ นายธีระไม่มีสิทธิเอาตึกแถวไปขายให้โจทก์ ถ้าที่ดินเป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องให้จำเลยเช่าจนกว่าจะครบ 12 ปี ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาห้ามไม่ให้โจทก์เกี่ยวข้องกับตึกแถวพิพาท ให้โจทก์ต่อสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยคราวละ 3 ปี ศาลชั้นต้นสั่งตีราคาตึกแถวพิพาทและให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลสำหรับตึกแถว แต่จำเลยไม่ยอมเสีย ศาลชั้นต้นให้รับคำให้การจำเลยและฟ้องแย้งเฉพาะที่ขอให้โจทก์ต่อสัญญาเช่า โจทก์ทั้งสองสำนวนให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งเคลือบคลุมตึกแถวพิพาทสร้างก่อนหม่อมราชวงศ์ลดาทำสัญญาเช่ากับจำเลย จำเลยไม่ได้เสียค่าหน้าดินและค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาท สัญญาเช่าระหว่างหม่อมราชวงศ์ลดากับจำเลยสิ้นกำหนดเวลาแล้ว ตึกแถวพิพาทและอุปกรณ์ตกเป็นของหม่อมราชวงศ์ลดาแล้ว จำเลยใช้สิทธิไม่สุจริต ไม่มีสิทธิขอให้บังคับโจทก์ต่อสัญญาเช่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า 1. มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างหม่อมราชวงศ์ลดากับจำเลยหรือไม่ 2. สิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว หรือไม่3. นายธีระกับโจทก์สมยอมกันโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยไม่สุจริตหรือไม่ และ 4. ค่าเสียหายของโจทก์เพียงใด แล้วสั่งให้จำเลยทั้งสองสำนวนสืบพยานในประเด็น ข้อ 1 ถึงข้อ 3 และให้โจทก์สืบในประเด็นข้อ 4 ศาลชั้นต้นให้คู่ความดูเอกสารและสอบถามคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยานตามประเด็นข้อ 1 ถึงข้อ 3 โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานตามประเด็นข้อ 4 ศาลชั้นต้นจึงนัดฟังคำพิพากษา และพิพากษาให้จำเลยกับบริวารขนย้ายออกไป ให้ส่งมอบที่ดินและตึกแถวพิพาทคืนให้โจทก์ ห้ามมิให้เกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 70 บาท ที่โจทก์ขอรื้อถอน ขนย้ายเอง เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดีและไม่ปรากฏว่ามีสิ่งใดจะต้องรื้อถอน ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองสำนวน จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานนั้นไม่ชอบ เพราะมีข้อโต้เถียงที่โจทก์จำเลยยังไม่รับกันอีกหลายข้อจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านไว้แล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเสียค่าทนายแทนโจทก์ ทั้งในคดีเดิมและคดีฟ้องแย้งไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ หรือให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับตามฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีทุกประเด็น จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาว่า ตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยไม่ยินยอมให้นายธีระเอาไปขายให้โจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยโจทก์ไม่สืบพยานเรื่องอำนาจของนายไชยวุฒิและเรื่องค่าเสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ต้องสืบพยาน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีมีข้อโต้เถียงที่โจทก์จำเลยยังไม่รับกันอีกหลายข้อ และมีปัญหาอื่น ๆ ด้วย ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน ไม่ชอบ จำเลยโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้ว ขอให้ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ หรือพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับคดีไปตามฟ้องแย้ง ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นบางข้อแล้วพิพากษาใหม่ทุกประเด็น ก็เป็นการสมประโยชน์ ตามคำขอของจำเลยในชั้นอุทธรณ์แล้ว จำเลยจะฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ต้องสืบพยานไม่ได้ เพราะเป็นคำขอที่ขัดกันกับคำขอของจำเลยในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของจำเลยแล้ว ส่วนปัญหาต่าง ๆ ที่จำเลยกล่าวมาในฎีกา เป็นปัญหาที่ศาลอุทธรณ์กล่าวไว้ว่ายังไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อนี้จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบประการใด ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2407 - 2408/2515 นายประเสริฐ ศรีสมทรัพย์ โดยนายไชยวุฒิ อัตถากร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายวิชัย จิระกรานนท์ จำเลย นายประเสริฐ ศรีสมทรัพย์ โดยนายไชยวุฒิ อัตถากร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายวิวัฒน์ ศรีชัยพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประเสริฐ ศรีสมทรัพย์ โดยนายไชยวุฒิ อัตถากร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายวิชัย จิระกรานนท์ · โจทก์ - นายประเสริฐ ศรีสมทรัพย์ โดยนายไชยวุฒิ อัตถากร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายวิวัฒน์ ศรีชัยพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4107/2563ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 16561/2557ฎีกา 633/2562ฎีกา 3827/2542ฎีกา 1746/2511ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1065/2513ฎีกา 582/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา