⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 281/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อผลอันใดอันหนึ่ง แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเพราะเหตุอื่นที่มิใช่เหตุอันบังเอิญ และผู้กระทำได้กระทำการโดยมุ่งต่อผลนั้นโดยตลอดมา หากการกระทำนั้นเป็นความผิด หากกระทำไปโดยไม่เจตนาให้เกิดผลนั้น ก็ไม่ต้องรับโทษ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง 2 วา มีบาดแผลบริเวณใบหน้าและหัวไหล่ขวา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร แผลที่ใบหน้ามี 12 แผล มีเลือดซึมเล็กน้อย และที่หัวไหล่มี 7 แผลบาดแผลแต่ละแห่งมีกระสุนเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตรฝังใต้ผิวหนัง แพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะหายภายใน 10-14 วันผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 10 วันเศษแสดงว่า เป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่ได้ความว่าถ้าผู้เสียหายไม่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันท่วงทีอาจถึงชีวิตได้ ย่อมแสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถูกยิงถึงตายได้ แม้จะถูกอวัยวะสำคัญของร่างกาย ดังนี้ กรณีต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 81

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.81

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การว่าได้ยิงผู้เสียหายจริง แต่กระทำไปเพื่อป้องกันตัว ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ลงโทษจำคุกจำเลย ลดโทษแล้วคงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยยิงผู้เสียหายมิใช่เป็นการป้องกันตัวแล้วฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่า คดีนี้จับปืนของกลางไม่ได้และในชั้นพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าปืนนั้นเป็นปืนอะไร แต่ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่าปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนลูกซองพกทำในประเทศไทย ขนาดเบอร์ ๑๒ ตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องปรากฏว่า ลักษณะบาดแผลบริเวณใบหน้าด้านขวาและหัวไหล่ขวามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ๓ มิลลิเมตร บาดแผลบริเวณใบหน้าด้านขวามี ๑๒ แผลมีเลือดซึมเล็กน้อยและบริเวณหัวไหล่มี ๗ แผล บาดแผลแต่ละแห่งมีกระสุนเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ มิลลิเมตร ฝังใต้ผิวหนัง อาจจะหายภายใน ๑๐ - ๑๔ วันผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ๑๐ วันเศษ แสดงว่าเป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จำเลยยิงผู้เสียหายห่างราว ๒ วา แม้จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่เมื่อบาดแผลผู้เสียหายมีเพียงเล็กน้อย และไม่ได้ความว่าถ้าผู้เสียหายไม่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันท่วงทีอาจถึงชีวิตได้ ย่อมแสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถูกยิงถึงตายได้ แม้จะถูกอวัยวะสำคัญของร่างกาย ทั้งไม่อาจจะชี้ขาดไปได้ว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงมีกำลังแรงพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงตายได้ เพราะถ้าเป็นอาวุธปืนที่มีกำลังแรงสามารถทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้แล้ว กระสุนปืนที่ยิงไปก็น่าจะทะลุถึงกระดูก ไม่ฝังอยู่เพียงใต้ผิวหนังอย่างแน่นอนกรณีจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๑ โดยถือว่าจำเลยกระทำการโดยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่การกระทำนั้นไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิด พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๑ ให้จำคุกจำเลย ๔ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2517 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายบุญชู นวมดี โจทก์ร่วม นายสุนทร ม่วงนวล หรือม่วงนวม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · โจทก์ร่วม - นายบุญชู นวมดี · จำเลย - นายสุนทร ม่วงนวล หรือม่วงนวม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม ทันด่วน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1218/2530ฎีกา 1560/2529ฎีกา 711/2513ฎีกา 1811/2530ฎีกา 1446/2513ฎีกา 537/2519ฎีกา 549/2504ฎีกา 908/2520ฎีกา 211-212/2515ฎีกา 1188/2536ฎีกา 9413/2552ฎีกา 4933/2537ฎีกา 3894/2525ฎีกา 1080/2547ฎีกา 55/2515ฎีกา 2757/2552ฎีกา 1480/2520ฎีกา 22132/2555ฎีกา 9781/2539ฎีกา 3153/2557ฎีกา 207/2540ฎีกา 2999/2530ฎีกา 421/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา