⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2576/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้สั่งจ่าย ผู้สลักหลัง หรือผู้รับประกันด้วยอาวัล ร่วมกันรับผิดต่อตนได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องตามลำดับที่บุคคลเหล่านั้นผูกพัน และการถอนฟ้องผู้สั่งจ่าย ไม่ทำให้ผู้สลักหลังหลุดพ้นความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้สั่งจ่ายเช็ค ผู้สลักหลัง หรือผู้รับประกันด้วยอาวัล ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง และผู้ทรงก็มีสิทธิตามฟ้องหรือเรียกร้องจากบุคคลดังกล่าวเรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยมิพักต้องดำเนินการตามลำดับที่บุคคลดังกล่าวมาผูกพัน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเช็คจะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็ค การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ไปนั้น ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นความรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ นำเช็ค ๕ ฉบับซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายเงินรวม ๑๐,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์ให้เงินสดแก่จำเลยและยึดเช็ค ๕ ฉบับดังกล่าวไว้ เมื่อเช็คฉบับแรกถึงกำหนด โจทก์ไปขึ้นเงินจากธนาคารได้ แต่เมื่อเช็คอีก ๔ ฉบับซึ่งสั่งจ่ายเงินฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ไปขึ้นเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ๔ ฉบับดังกล่าว ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๘,๐๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ฟ้องโจทก์เป็นความจริงทั้งสิ้น แต่โจทก์ชอบที่จะบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ก่อน โจทก์ขอถอนฟ้อง เฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงิน ๘,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ บัญญัติว่า "ในเรื่องตั๋วแลกเงินนั้น บรรดาบุคคลผู้สั่งจ่ายก็ดี รับรองก็ดี สลักหลังก็ดี หรือรับประกันด้วยอาวัลก็ดี ย่อมต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรง" ผู้ทรงย่อมมีสิทธิว่ากล่าวเอาความแก่บรรดาบุคคลเหล่านี้เรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยมิพักต้องดำเนินตามลำดับที่คนเหล่านั้นมาต้องมาผูกพัน และมาตรา ๙๘๙ ให้ยกบทบัญญัติในมาตรา ๙๖๗ มาบังคับในเรื่องเช็คด้วย จึงเห็นได้ว่า ในเรื่องเช็คนั้น ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้สลักหลัง หรือผู้รับประกันด้วยอาวัล ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ทรงเช็ค และผู้ทรงเช็คมีสิทธิฟ้องหรือเรียกร้องจากบุคคลดังกล่าวเรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยมิพักต้องดำเนินตามลำดับที่บุคคลดังกล่าวมาผูกพนตามเช็คเช่นเดียวกับเรื่องตั๋วแลกเงิน ดังนั้น จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเช็คจึงต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คและโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเงินตามเช็คจากจำเลยทั้งสองหรือจากจำเลยคนใดแต่เพียงผู้เดียวก็ได้ การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไปนั้น ไม่ทำให้จำเลยที่ ๒ หลุดพ้นจากความรับผิดตามเช็ค เพราะแม้โจทก์จะฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยที่ ๒ เพียงคนเดียว จำเลยที่ ๒ ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ ประกอบด้วยมาตรา ๙๖๘ พิพากษายืน (มงคล วัลยะเพ็ชร์ ยงยุทธ เลอลภ ผสม จิตรชุ่ม) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2518 นายพิบูลย์ สุทธารมณ์ โจทก์ นายฉัตาชัย พฤกษาชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิบูลย์ สุทธารมณ์ · จำเลย - นายฉัตาชัย พฤกษาชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสนัด หมายสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 312/2531ฎีกา 6054/2550ฎีกา 4257/2530ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2521/2540ฎีกา 18343/2556ฎีกา 2752/2536ฎีกา 4619/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 425/2501ฎีกา 6339/2539ฎีกา 672/2519ฎีกา 192/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 270/2496ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 250/2541ฎีกา 265/2526ฎีกา 2124/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา