คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2699/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำไม่บรรลุผลเกิดขึ้นเมื่อผลของการกระทำไม่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำไม่สมบูรณ์ หรือเพราะเหตุอื่นที่มิใช่เหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำไม่สมบูรณ์นั้น
ย่อคำพิพากษา
ตามปกติอาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรง หากกระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก็เห็นได้ชัดว่าปืนกระบอกนั้นไม่อาจใช้ยิงให้ผู้เสียหายได้ แต่เมื่อกระสุนปืนที่จำเลยยิงเฉียดถูกผู้เสียหายที่ต้นแขนซ้ายมีบาดแผลเล็กน้อย จึงเป็นเรื่องการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิงนั้นถูกอวัยวะส่วนไม่สำคัญของร่างกาย หาใช่เพราะการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจได้ปืนพกสั้นยิงนายเรวัต บุญอุ่น โดยมีเจตนาฆ่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกตรงบริเวณต้นแขนซ้าย ซึ่งไม่ใช่อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย นายเรวัตได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ ไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยได้ใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงนายเรวัต พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำเลยอายุ ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำความผิด
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้กระทำความผิด แต่อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้เสียหายถูกยิงตายได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๑ จำเลยอายุ ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน
โจทก์ฎีกาว่า อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายมีลักษณะเป็นอาวุธร้ายแรง หากจำเลยยิงถูกอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย สามารถทำร้ายให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ แต่จำเลยยิงผู้เสียหายบริเวณที่ต้นแขนซ้ายเหนือข้อศอก มีบาดแผลเล็กน้อย ผู้เสียหายจึงไม่ตาย ไม่ใช่เพราะอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิง ขอให้ลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นยิงผู้เสียหายหนึ่งนัด ในขณะจำเลยเดินตามหลังทางซ้ายมือของผู้เสียหายห่างกันประมาณ ๒-๓ วา กระสุนปืนถูกต้นแขนซ้ายของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เห็นว่าจำเลยยิงผู้เสียหายในระยะห่าง และยิงไม่แม่นยำ กระสุนจึงเฉียดร่างกายผู้เสียหายถูกที่ต้นแขนซ้าย ตามปกติอาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรก หากกระสุนปืนที่จำเลยิงถูกอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก็เห็นได้ชัดว่าอาวุธปืนกระบอกนั้นไม่อาจใช้ยิงให้ผู้เสียหายตายได้ดังข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ แต่คดีเรื่องนี้ฟังได้ว่า กระสุนปืนที่จำเลยยิงเฉียดถูกผู้เสียหายที่ต้นแขนซ้ายมีบาดแผลเล็กน้อย จึงเห็นว่าลักษณะบาดแผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลยเช่นนี้ เป็นเรื่องการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิงนั้นถูกอวัยวะส่วนไม่สำคัญของร่างกายผู้เสียหายดังฟัง หาใช่เพราะการกระทำของจำเลยไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำดังข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2699/2518
พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์
นายอุ แววดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายอุ แววดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายวิชาภรณ์ แสงมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา