⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 857/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องแย้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วแลกเงิน 4 ฉบับซึ่งจำเลยเป็นผู้รับรองโดยกล่าวในฟ้องว่า มูลค่าของตั๋วแต่ละฉบับคือมูลค่าของสินค้าซึ่งจำเลยสั่งซื้อและรับไปจากโจทก์แล้ว จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่ามูลหนี้ตามตั๋วที่โจทก์ฟ้องเกิดจากสัญญาซื้อขายเหล็กเส้นที่จำเลยซื้อจากโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงจำต้องยับยั้งการจ่ายเงินตามตั๋ว และการผิดสัญญาซึ่งเป็นมูลหนี้ของตั๋วเหล่านี้เป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย จึงฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายดังนี้ฟ้องแย้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงิน ๔ ฉบับ โดยสั่งจำเลยซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทยให้ใช้เงินตามตั๋วทั้ง ๔ ฉบับดังกล่าวให้แก่ตัวโจทก์เองหรือตามคำสั่งของโจทก์ในกำหนดเวลา ๑๘๐ วันนับแต่วันที่ได้เห็นตั๋วแต่ละฉบับ ซึ่งมูลค่าของตั๋วแต่ละฉบับนั้นคือมูลค่าของสินค้าซึ่งจำเลยได้สั่งซื้อและได้รับจากโจทก์แล้ว โจทก์ได้มอบหมายให้ธนาคารบาร์เคลย์ประเทศอังกฤษ เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากจำเลย ธนาคารบาร์เคลย์มอบให้ธนาคารศรีนคร จำกัด ประเทศไทย เรียกเก็บเงินแทนจำเลยได้ปฏิเสธการให้เงินตามตั๋วทั้ง ๔ ฉบับ อัตราแลกเปลี่ยนในวันฟ้อง ๑ ปอนด์สเตอร์ลิงต่อ ๔๘.๐๐ บาท เป็นเงินไทย ๑๒๗,๐๗๐.๘๘ บาท รวมกับดอกเบี้ยดังกล่าวข้างต้นของเงินตามตั๋วทั้ง ๔ ฉบับแล้วเป็นเงินที่จำเลยจะต้องใช้ให้โจทก์ ๑๔๗,๓๖๑.๙๒ บาท จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินจำนวนนี้ให้แก่โจทก์พร้อมกับเสียดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า มูลหนี้ตามตั๋วแลกเงิน ๔ ฉบับนี้เกิดจากสัญญาซื้อขายเหล็กเส้นหกเหลี่ยมที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ตามสัญญา ๔ ฉบับ ซึ่งตามสัญญาดังกล่าวโจทก์จะต้องจัดส่งเหล็กเส้นหกเหลี่ยมขายให้จำเลยจำนวน ๑๔๐ ตัน ตามราคาในสัญญาโจทก์ได้ผิดสัญญาซื้อขายทั้ง ๔ ฉบับ โดยโจทก์ได้จัดส่งเหล็กเส้นที่ตกลงขายให้จำเลยมาให้เพียงประมาณ ๕๘.๘๒๙ ตัน ทำให้จำเลยเสียหายขาดผลกำไรที่ควรได้ และต้องผิดสัญญาขายต่อกับลูกค้าในประเทศไทยขอให้ยกฟ้องและขอฟ้องแย้งให้ศาลบังคับให้โจทก์ชำระเงิน ๑๓๖,๓๓๐.๒๘ บาท ให้จำเลยพร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะคำให้การของจำเลย ส่วนเรื่องฟ้องแย้งศาลชั้นต้นเห็นว่าการผิดสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมเรื่องตั๋วเงินจึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้รับฟ้องแย้งของจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณานอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามตั๋วแลกเงิน ๔ ฉบับซึ่งจำเลยเป็นผู้รับรองโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามูลค่าของตั๋วแต่ละฉบับนั้นคือมูลค่าของสินค้าซึ่งจำเลยได้สั่งซื้อและรับไปจากโจทก์แล้ว จำเลยให้การและฟ้องแย้งความว่า มูลหนี้ตามตั๋วแลกเงินที่โจทก์ฟ้องเกิดจากสัญญา ๔ ฉบับ เป็นสัญญาซื้อขายเหล็กเส้นที่จำเลยซื้อจากโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยจึงจำต้องยับยั้งการจ่ายเงินตามตั๋ว และการผิดสัญญาซึ่งเป็นมูลหนี้ของตั๋วเหล่านี้เองเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจากโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องแย้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2518 บริษัท เอ็ช.อี.ที.(สตีล) จำกัด โดยนายชิงชัย มะโนทัย ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.ธนชัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เอ็ช.อี.ที.(สตีล) จำกัด โดยนายชิงชัย มะโนทัย ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.ธนชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา