⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1508/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อภรรยาโจทก์ยื่นรายการภาษีเงินได้ต่างหากจากโจทก์แล้ว การตรวจสอบและประเมินภาษีของภรรยาโจทก์โดยมิได้หมายเรียกโจทก์มาไต่สวนก่อน ย่อมเป็นการชอบด้วยกฎหมาย หากภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระ อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดในภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ภรรยาโจทก์แยกยื่นแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้ต่างหากจากโจทก์เมื่อรายการที่ภรรยาโจทก์ยื่นไม่ถูกต้อง ตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ การออกหมายเรียกมาไต่สวนตามนัยมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานย่อมออกหมายเรียกไปยังภรรยาโจทก์ผู้ยื่นรายการมาทำการไต่สวน ไม่ใช่โจทก์ แต่เมื่อไต่สวนทราบจำนวนเงินภาษี อันถูกต้องแล้ว เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแบ่งภาษีดังกล่าวออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่โจทก์และภรรยาโจทก์แต่ละฝ่ายได้รับ โดยแจ้งให้โจทก์และภรรยาโจทก์เสียเป็นคนละส่วนได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระ อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระดังกล่าว ทั้งนี้ตามมาตรา 57 ตรี วรรคสาม ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานไต่สวนภรรยาโจทก์แล้วปรากฏว่าภรรยาโจทก์มีภาระต้องรับผิดชำระเงินภาษีเพิ่มเติมซึ่งโจทก์ต้องร่วมรับผิดด้วย เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระโดยมิได้หมายเรียกโจทก์มาไต่สวน ย่อมเป็นการชอบแล้ว เพราะมิใช่การตรวจสอบภาษี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.12 ประมวลรัษฎากร ม.13 ประมวลรัษฎากร ม.14 ประมวลรัษฎากร ม.19 ประมวลรัษฎากร ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ประเมินให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่มส่วนของภรรยาโจทก์ ซึ่งโจทก์ในฐานะสามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการเพื่อเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๗ ตรี โจทก์เห็นว่าคำสั่งประเมินดังกล่าวและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะภรรยาโจทก์มิใช่ผู้ประกอบการค้าและเจ้าพนักงานประเมินไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ชี้แจงโต้แย้ง เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๙,๒๐ ขอให้พิพากษาว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเพิกถอนการประเมิน ของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ให้การว่า คำสั่งประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายกรณีของโจทก์ไม่ต้องด้วยมาตรา ๑๙,๒๐ แห่งประมวลรัษฎากร เพราะโจทก์และภรรยาโจทก์มิได้ยื่นแสดงรายการเพื่อชำระภาษีเงินได้สำหรับปี ๒๕๐๕ ไว้เลย ส่วนปี ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ ก็ยื่นไม่ถูกต้อง โจทก์จึงต้องรับผิดชำระหนี้ภาษีเพิ่มตลอดจนเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เฉพาะภาษีปี ๒๕๐๕ ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องนำเงินได้ของภรรยาโจทก์มาแสดงในแบบยื่นรายการเพื่อเสียภาษีและรับผิดในการเสียภาษีนั้น เจ้าพนักงานประเมินมิได้ออกหมายเรียกโจทก์ไปไต่สวนภายในเวลา ๕ ปีนับแต่วันยื่นรายการ ไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๙,๒๐ ส่วนภาษีปี ๒๕๐๖,๒๕๐๗ ซึ่งภรรยาโจทก์แยกยื่นรายการเพื่อเสียภาษีต่างหากจากโจทก์ แต่ภรรยาโจทก์ยื่นไว้ไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานได้ไต่สวนภรรยาโจทก์ภายในกำหนดเวลาโดยชอบและแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว โจทก์ขอให้เพิกถอนประเมินในส่วนนี้ไม่ได้ พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เกี่ยวกับภาษีปี พ.ศ. ๒๕๐๕ นอกจากนี้ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจพบว่า นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน ภรรยาโจทก์แสดงรายการเพื่อภาษีเงินได้ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖,๒๕๐๗ ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ซึ่งนางสมบูรณ์สุข ดีวาจินแยกยื่นต่างหากจากโจทก์นั้น การออกหมายเรียกมาไต่สวนตามนัยมาตรา ๑๙ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานได้ออกหมายเรียกไปยังนางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน ผู้ยื่นรายการมาทำการไต่สวนไม่ใช่โจทก์การออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินจึงเป็นการชอบและถูกต้องแล้ว เมื่อไต่สวนและทราบจำนวนเงินภาษีอันถูกต้องแล้ว เจ้าพนักงานประเมินก็มีอำนาจแบ่งภาษีดังกล่าวออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่โจทก์และนางสมบูรณ์ ดีวาจิน แต่ละฝ่ายได้รับโดยแจ้งให้โจทก์และนางสมบูรณ์ ดีวาจิน เสียเป็นคนละส่วนได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระ อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระดังกล่าว ทั้งนี้ตามมาตรา ๕๗ ตรี วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร สำหรบกรณีโจทก์นี้เนื่องด้วยนางสมบูรณ์ ดีวาจีน ภรรยาโจทก์มีภาระต้องรับผิดชำระเงินภาษีเพิ่มเติมซึ่งโจทก์ต้องร่วมรับผิดด้วย เจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระโดยมิได้หมายเรียกโจทก์มาไต่สวน ย่อมเป็นการชอบแล้ว เพราะมิใช่การตรวจสอบภาษี จึงไม่ต้องหมายเรียกตัวโจทก์ตามประมวลรัษฎากร ฉะนั้นการที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ให้โจทก์เสียภาษีสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ ตามเอกสารหมายเลข ๒,๓ ท้ายฟ้อง และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับภาษีปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และ ๒๕๐๗ มานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2519 นายดวง ดีวาจิน โจทก์ กรมสรรพากร โดยนายพิพัฒน์ โปษยานนท์ อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดวง ดีวาจิน · ล. - กรมสรรพากร โดยนายพิพัฒน์ โปษยานนท์ อธิบดี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2165/2542ฎีกา 10866/2546ฎีกา 4143/2532ฎีกา 3766/2545ฎีกา 5511/2534ฎีกา 2638/2530ฎีกา 406/2508ฎีกา 1776/2512ฎีกา 3874/2560ฎีกา 171/2521ฎีกา 5480/2537ฎีกา 4717/2536ฎีกา 2230/2544ฎีกา 3418/2553ฎีกา 85/2529ฎีกา 337/2534ฎีกา 3046/2535ฎีกา 310/2525ฎีกา 5251/2534ฎีกา 4010/2534ฎีกา 4458/2528ฎีกา 4144/2552ฎีกา 1808/2542ฎีกา 3802-3803/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา