⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1283/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ประกอบการค้าเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่นอันมิใช่สถานการค้าของตน ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และไม่อาจอ้างเหตุเพลิงไหม้บัญชีและเอกสารดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจส่งมอบให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติว่า สถานการค้าหมายความว่าสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการค้าใช้ประกอบการค้าเป็นประจำ และให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย โจทก์ประกอบการค้าและเก็บสินค้าไว้ที่สำนักงานห้างโจทก์ เพียงแต่เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่บ้านเลขที่ 137 เท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าบ้านเลขที่ 137 เป็นสถานการค้าหรือส่วนหนึ่งของสถานการค้าของโจทก์ โจทก์มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานการค้าของตน แต่กลับกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยนำสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเก็บไว้ที่อื่นอันมิใช่สถานการค้าของโจทก์ ต่อมาเกิดเพลิงไหม้สมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี แม้โจทก์มิได้เป็นผู้กระทำก็ตาม โจทก์ย่อมอ้างเอาเหตุที่บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ถูกเพลิงไหม้อันสืบเนื่องมาจากที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายมาเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบตามหมายเรียกหาได้ไม่ (วรรคนี้วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2526)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.19 ประมวลรัษฎากร ม.71 ประมวลรัษฎากร ม.77 ประมวลรัษฎากร ม.92

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้หมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ไปให้ตรวจสอบทั้ง ๆ ที่โจทก์แจ้งให้ทราบแล้วว่าบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ อันเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะนำไปแสดง และต่อมาได้แจ้งว่าโจทก์มิได้นำบัญชีมาให้จำเลยที่ ๑ ตรวจสอบ จึงต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ ๒ ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ โดยให้โจทก์นำเงินภาษีไปชำระและได้เปรียบเทียบปรับที่โจทก์มิได้เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ ที่ทำการของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แต่คณะกรรมการให้ยกอุทธรณ์ จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียทั้งสิ้น จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์นำสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปไว้ที่อื่นอันมิใช่สถานประกอบการค้า ฝ่าฝืนมาตรา ๘๓ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรเป็นความผิดตามมาตรา ๙๒ จึงได้ถูกปรับ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ มีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์แสดงรายการภาษีเงินได้ไม่ถูกต้อง จึงออกหมายเรียกสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์มาตรวจสอบ แต่โจทก์ไม่มีมาแสดง เจ้าพนักงานจึงประเมินภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ ๒ ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายไปยังโจทก์ตามมาตรา ๗๑(๑) โจทก์จะยกเหตุสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีถูกเพลิงไหม้มาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่สามารถส่งมอบบัญชีและเอกสารต่อเจ้าพนักงานประเมิน มิใช่เพราะจงใจหรือละเลยไม่นำส่ง เจ้าพนักงานประเมินจึงไม่มีอำนาจประเมินเงินได้ของโจทก์ตามมาตรา ๗๑(๑) พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา ๗๗ แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติว่า สถานการค้าหมายความว่าสถานที่ซึ่งผู้ประกอบการค้าใช้ประกอบการค้าเป็นประจำและให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ทำการผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย คดีนี้โจทก์ประกอบการค้าและเก็บสินค้าไว้ที่สำนักงานห้างโจทก์เลขที่ ๑๓๓ - ๑๓๕ โจทก์เพียงแต่เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่บ้านเลขที่ ๑๓๗ จึงถือไม่ได้ว่าบ้านเลขที่ ๑๓๗ ซึ่งเป็นสำนักงานห้างหุ้นส่วนจำกัดสหไทยการยนต์สามยอดเป็นสถานการค้าหรือส่วนหนึ่งของสถานการค้าของโจทก์ อีกประการหนึ่งหากจะแปลความว่าเก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้สถานที่ใดก็ให้ถือว่าสถานที่นั้นเป็นสถานการค้าหรือส่วนหนึ่งของสถานการค้าดังโจทก์อ้างแล้ว บทบัญญัติมาตรา ๘๓ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรก็ไร้ผลและไม่มีทางบังคับแต่อย่างใด ดังนั้นการที่โจทก์เก็บบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ไว้ที่อื่นซึ่งมิใช่สถานการค้าของโจทก์ และมิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ จึงเป็นการจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติของมาตรา ๘๓ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรและเป็นความผิดตามมาตรา ๙๒ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ถูกเพลิงไหม้จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้โจทก์ไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบตามหมายเรียกได้นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานการค้าของตนแต่กลับกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยการนำสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเก็บที่บ้านเลขที่ ๑๓๗ อันเป็นสำนักงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดสหไทยการยนต์สามยอดซึ่งมิใช่สถานการค้าของโจทก์ แล้วต่อมาเกิดเพลิงไหม้สมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี โดยโจทก์มิได้เป็นผู้กระทำก็ตาม โจทก์ย่อมอ้างเอาเหตุที่บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีของโจทก์ถูกเพลิงไหม้อันสืบเนื่องมาจากการที่โจทก์กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายมาเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจส่งบัญชีและเอกสารให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบตามหมายเรียกหาได้ไม่ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อคดีฟังได้ว่าโจทก์ไม่มีบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปส่งมอบต่อเจ้าพนักงานประเมินเพื่อตรวจสอบตามหมายเรียกมาตรา ๑๙ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินย่อมมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ในอัตราร้อยละ ๒ ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา ๗๑(๑) ได้ พิพากษากลับเป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2526 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหไทยแมชินเนอรี่ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหไทยแมชินเนอรี่ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร วรรณแสง · เสมา รัตนมาลัย · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5511/2534ฎีกา 5528/2534ฎีกา 2638/2530ฎีกา 8923/2544ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 4275/2560ฎีกา 171/2521ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4717/2536ฎีกา 2382/2534ฎีกา 8327/2544ฎีกา 3418/2553ฎีกา 778/2527ฎีกา 337/2534ฎีกา 310/2525ฎีกา 2643/2515ฎีกา 812/2519ฎีกา 5251/2534ฎีกา 4010/2534ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 4458/2528ฎีกา 1808/2542ฎีกา 3707/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา