คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จะยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนฯ สำหรับใช้ในทางสงครามและได้มอบให้นายทะเบียนฯ ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 5 บัญญัติยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนฯ สำหรับใช้เฉพาะแต่ในทางสงครามและได้นำอาวุธปืนฯ ไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ หาได้บัญญัติว่าการมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไม่เป็นความผิดไม่ เช่นนี้จำเลยซึ่งถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม จะอ้างว่าจำเลยไม่เคยค้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 2 และขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยไปไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.5 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๕๕,๗๘ ฐานมีกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๒ ปี
หลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยื่นคำร้องว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น บัดนี้ ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ บัญญัติในภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้วว่า การกระทำของจำเลยเกี่ยวกับกระสุนปืนไม่เป็นความผิด จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษอีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรค ๒ ขอให้ปล่อยตัวจำเลย
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้บัญญัติว่า การกระทำของจำเลยที่มีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามโดยไม่รับอนุญาตไม่เป็นความผิดต่อไปหรือไม่ ได้พิจารณาแล้ว ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๕ บัญญัติว่า ผู้ใดมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน สำหรับใช้เฉพาะแต่ในทางสงครามตามทีกำหนดไว้ในกฎกระทรวง ถ้าได้นำอาวุธปืน ฯ มามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษให้แก่ผู้ที่มีอาวุธปืนฯ สำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามและได้นำอาวุธปืนฯ เครื่องกระสุนปืน ฯ ดังกล่าวไปมอบให้มอบทะเบียนท้องที่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดังกล่าวหาได้บัญญัติว่าการมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงเครามไม่เป็นความผิดไม่ เช่นนี้จำเลยซึ่งถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม จะอ้างว่าจำเลยไม่เคยค้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรค ๒ และขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยไปดังฎีกาของจำเลยไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2519
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายยงยุทธ กิติวุฒิ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · ล. - นายยงยุทธ กิติวุฒิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ ไวกาสี · รื่น วิไลชนม์ · ประเสริฐ วราภรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพิธี อุปปาติก · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา