⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 44/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ศาลมีอำนาจสั่งริบได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงยุติว่าจำเลยกับพวกวิ่งราวเครื่องรับวิทยุพร้อมเครื่องบันทึกเสียงของนายเฮ้าตงไป โดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมเช่นนี้ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ ศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก ๑ คนร่วมกันลักเครื่องรับวิทยุพร้อมด้วยเครื่องบันทึกเสียง ๑ เครื่อง ราคา ๒,๕๐๐ บาท ของนายเฮ้าตง แซ่โง้ว ไปโดยสุจริต โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าเด็กหญิงเรวดี แซ่โง้ว บุตรของนายเฮ้าตง โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เหตุเกิดที่แขวงยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานครเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมด้วยเครื่องรับวิทยุพร้อมเครื่องบันทึกเสียงและรถจักรยานยนต์ ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖, ๓๓๖ ทวิ, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ทวิ, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓ จำเลยอายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ให้จำคุก ๔ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี รถจักรยานยนต์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดจึงไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยกับพวกวิ่งราวเครื่องรับวิทยุพร้อมเครื่องบันทึกเสียงของนายเฮ้าตง แซ่โง้วไปโดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เมื่อข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้รถจักรยายนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ทวิ ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ พิพากษาแก้ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมชาย สะนู ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสมชาย สะนู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสันติ์ ธีรนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 4105/2541ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530ฎีกา 12543/2553ฎีกา 3074/2537ฎีกา 1027/2485ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1232/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา