คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2521
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 กำหนดเอาวันกระทำผิดเป็นข้อสำคัญว่า คดีใดจะให้ฟ้องต่อศาลทหารหรือศาลพลเรือน
ถ้าจำเลยเป็นนายทหารสัญญาบัตร ได้กระทำผิดในขณะที่ยังเป็นนายทหารประจำการอยู่ ต้องฟ้องต่อศาลทหารโดยไม่จำต้องพิจารณาว่าขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้นจำเลยเป็นนายทหารนอกประจำการแล้วหรือไม่ และการที่จำเลยเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วยในขณะกระทำผิด ก็ไม่ทำให้ข้อวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 16 (2) เป็นบทบัญญัติให้นายทหารชั้นสัญญาบัตรที่กระทำผิดต่อคำสั่งหรือข้อบังคับตามประมวลกฎหมายอาญาทหารภายหลังที่เป็นนายทหารนอกประจำการแล้วต้องอยู่ในอำนาจศาลทหารด้วยเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่ได้ทำไว้เมื่อยังประจำการอยู่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.13 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.16
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า
ก. ก่อนที่โจทก์จะบวชเป็นพระภิกษุ โจทก์รับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรในประจำการ มียศเป็นร้อยเอก ตำแหน่งประจำแผนกสรรพาวุธทหารบก กรุงเทพมหานคร ในระหว่างวันที่ ๑๑ มกราคม ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๐๙ จำเลยที่ ๑ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และอยู่ในฐานะนายทหารสัญญาบัตรประจำการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฝ่ายทหารและกลั่นแกล้งโจทก์ ได้สั่งปลดโจทก์ออกจากราชการ
ข. ในระหว่างเดือนสิงหาคม ๒๕๐๖ ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๙ จำเลยที่ ๒ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๕ (นครศรีธรรมราช) ได้กลั่นแกล้งสั่งดำเนินคดีและสั่งลงโทษโจทก์โดยไม่มีมูลความจริง ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ ๑ จะกระทำความผิดดังฟ้องข้อ ก. โดยจำเลยที่ ๒ ไม่อยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายที่จะสั่งลงโทษโจทก์ได้
ขณะนี้จำเลยทั้งสองเป็นนายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๘๓
ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีอยู่ในอำนาจของศาลทหารตามพระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ ๑๖ (๑) ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจที่จะรับไว้พิจารณา จึงมีคำสั่งไม่ประทับฟ้อง ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ บัญญัติว่า ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด และมาตรา ๑๖ (๑) บัญญัติว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นว่ากฎหมายกำหนดเอาวันกระทำผิดเป็นข้อสำคัญว่าคดีใดจะให้ฟ้องต่อศาลทหารหรือศาลพลเรือน คือถ้าผู้นั้นเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้กระทำผิดในขณะที่ยังเป็นทหารประจำการอยู่ ก็ต้องฟ้องต่อศาลทหารโดยไม่จำต้องพิจารณาว่าขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องผู้นั้นเป็นนายทหารนอกประจำการแล้วหรือไม่ การที่จำเลยที่ ๑ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ด้วยในขณะกระทำผิด ก็ไม่ทำให้ข้อวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ส่วนข้อความในมาตรา ๑๖ (๒) เป็นบทบัญญัติให้นายทหารชั้นสัญญาบัตรที่กระทำผิดต่อคำสั่งหรือข้อบังคับตามประมวลกฎหมายอาญาทหารภายหลังที่เป็นนายทหารนอกประจำการแล้วต้องอยู่ในอำนาจศาลทหารด้วยเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่ได้ทำไว้เมื่อยังประจำการอยู่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2521
พระภิกษุพิชัย ธัมมจาโร โจทก์
(ร้อยเอกพิชัย ชูสระคู)
พลอากาศเอกทวี จุลละทรัยพ์กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระภิกษุพิชัย ธัมมจาโร · ชูสระคู) - (ร้อยเอกพิชัย · จำเลย - พลอากาศเอกทวี จุลละทรัยพ์กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทยา มงคล · ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายประกอบ วณิคพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา