⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1860/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2527

พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ม.16 · ป.วิ.อาญา ม.162, 167

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามกฎหมาย ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีสำหรับบุคคลนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายทหารประจำการ กับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งเป็นพลเรือน ต่อศาลชั้นต้นซึ่ง เป็นศาลพลเรือน กล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดในทางอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีของโจทก์มีมูล เฉพาะจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 คดีถึงที่สุด เมื่อปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลย ที่ 2 เป็นนายทหารประจำการตำแหน่งรองเจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร จำเลยที่ 2 จึงเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตาม พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 16(1) ศาลพลเรือนจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 ม.16

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนายทหารประจำการตำแหน่งรองเจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร และตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการองค์การแก้ว ร่วมกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า คดีส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒มีมูลที่จะรับไว้พิจารณา ส่วนกรณีของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ นั้น พยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอที่จะให้เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีส่วนร่วมในการออกคำสั่งให้ปลดโจทก์ คดีจึงไม่มีมูลมีคำสั่งให้ประทับฟ้องของโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้ยกฟ้อง คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ถึงที่สุด จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม กับขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม แต่ตามรูปคดีมีปัญหาต่อไปว่า ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนมีอำนาจรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ แล้วยกขึ้นวินิจฉัยเองว่าคดีปรากฏชัดตั้งแต่ขณะที่ศาลประทับฟ้องแล้วว่าจำเลยที่ ๒ เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเท่านั้น ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีของโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ ๒ และปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นนายทหารประจำการตำแหน่งรองเจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร จึงเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๖(๑) ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีสำหรับจำเเลยที่ ๒ ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2527 นาวาอากาศโทชวลิต บูรณสมภพ โจทก์ นายไพรัช เชื้อทองฮัว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาวาอากาศโทชวลิต บูรณสมภพ · จำเลย - นายไพรัช เชื้อทองฮัว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสวิน อักขรายุธ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2526ฎีกา 280/2505ฎีกา 1666/2506ฎีกา 1688/2561ฎีกา 1050/2514ฎีกา 1234/2523ฎีกา 1958/2526ฎีกา 855/2481ฎีกา 2567/2525ฎีกา 3828/2531ฎีกา 1954/2530ฎีกา 2777/2545ฎีกา 546/2486ฎีกา 5345/2531ฎีกา 299/2516ฎีกา 2726/2522ฎีกา 278-279/2525ฎีกา 1750/2515ฎีกา 3019/2533ฎีกา 2453/2521ฎีกา 579/2518ฎีกา 4007-4008/2530ฎีกา 6927/2557ฎีกา 1531/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา