⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2567/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2567/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คได้หรือไม่ในวันออกเช็ค เป็นสาระสำคัญแห่งคดีตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(2) และ (3)

ย่อคำพิพากษา

ถ้อยคำที่ว่า 'ในขณะที่ออก' หรือ 'ขณะที่ออกเช็ค' ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3(2) และ (3) หมายถึงวันสั่งจ่ายที่ลงไว้ในเช็คนั้นเองซึ่งถือว่าเป็นวันออกเช็ค ข้อเท็จจริงที่ว่าในวันออกเช็ค จำเลยมีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คพิพาทได้หรือไม่ หรือบัญชีของจำเลยปิดแล้วหรือยัง จึงเป็นสารสำคัญแห่งคดีที่จะแสดงให้เห็นว่าคดีมีมูลความผิดดังฟ้องหรือไม่ แม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ต้องนำสืบให้ปรากฏถึงความข้อนี้ด้วย เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏคดีโจทก์ก็ไม่มีมูล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกา ว่าการที่จำเลยออกเช็คลงวันที่3 มีนาคม 2524 ย่อมมีความหมายว่า ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2524 เป็นต้นไป จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายรับรองว่าจะมีเงินอยู่ในบัญชีของจำเลยพอที่จะจ่ายให้แก่โจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็คได้ เพราะองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 อยู่ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเท่านั้น ซึ่งในชั้นนี้โจทก์ได้นำสืบให้ศาลเห็นแล้ว คดีโจทก์จึงมีมูลตามฟ้อง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 บัญญัติว่า "ผู้ใด" (1) ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น (2) ออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ (3) ออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น (4) ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้หรือ (5) ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น มีความผิด ฯลฯ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่า ข้อความตามอนุมาตรา (1) ถึง (5) แต่ละข้อต่างก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญแห่งความผิด ส่วนข้อความตามวรรคท้ายที่ว่า "ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น มีความผิด ฯลฯ" นั้น ก็เป็นองค์ประกอบอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ความผิดเกิดขึ้นเสร็จ ซึ่งจะขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งเสียมิได้ และถ้อยคำที่ว่า "ในขณะที่ออก" หรือ "ขณะที่ออกเช็ค" ตามอนุมาตรา (2) และ (3) นั้นก็หมายถึงวันสั่งจ่ายที่ลงไว้ในเช็คนั่นเองซึ่งถือว่าเป็นวันออกเช็ค ฉะนั้นสำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงที่ว่าในวันออกเช็คคือวันที่ 3 มีนาคม 2524 จำเลยมีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คฉบับพิพาทได้หรือไม่ หรือบัญชีของจำเลยปิดแล้วหรือยัง จึงเป็นสารสำคัญแห่งคดีที่จะแสดงให้เห็นว่าคดีมีมูลความผิดดังฟ้องโจทก์หรือไม่ แม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ต้องนำสืบให้ปรากฏถึงความข้อนี้ด้วย เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏ คดีโจทก์ก็ไม่มีมูล" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2567/2525 นายสุชาติ แซ่โล้ โจทก์ นายประพจน์ พุกประยูร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชาติ แซ่โล้ · จำเลย - นายประพจน์ พุกประยูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1742/2503ฎีกา 280/2505ฎีกา 4172/2529ฎีกา 5483/2543ฎีกา 2110/2523ฎีกา 1234/2523ฎีกา 1958/2526ฎีกา 514/2479ฎีกา 3828/2531ฎีกา 546/2486ฎีกา 2666/2522ฎีกา 5345/2531ฎีกา 299/2516ฎีกา 2726/2522ฎีกา 278-279/2525ฎีกา 1350/2544ฎีกา 3019/2533ฎีกา 755/2491ฎีกา 2453/2521ฎีกา 579/2518ฎีกา 57/2489ฎีกา 1531/2530ฎีกา 243/2511ฎีกา 4404/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา