คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4404/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกักรถของประชาชนโดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย อาจทำให้เจ้าหน้าที่ผู้กระทำการนั้นต้องรับผิดตามกฎหมายได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงให้ปรากฏข้างหน้านั้น แม้ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นความผิด กระทงหนักที่สุดจะมีโทษจำคุกด้วย แต่ก็มิได้ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะกักรถของโจทก์ไว้ได้ หากจำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนกักรถของโจทก์ไว้และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมายก็ถือไม่ได้ว่า เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจำเลยอาจมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง คดีของโจทก์จึงมีมูลที่จะประทับฟ้อง ไว้พิจารณาต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำสุกร ๔๗ ตัว บรรทุกรถยนต์เดินทางจากอำเภอวังสะพุงเพื่อนำไปขายที่กรุงเทพมหานคร จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้กล่าวหาโจทก์ว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปรากฏข้างหน้า แล้วจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ยึดและกักรถและสุกรของโจทก์ไว้เป็นเวลา ๑๔ ชั่วโมง เพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย สุกรตายไป ๘ ตัว และสุกรที่เหลือน้ำหนักลดลงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ และให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ในครั้งนี้ปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๙๐/๒๕๒๕ ของศาลจังหวัดเลย ว่าโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ (ผู้ขับรถ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และไม่ปฏิบัติตามสัญญาจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏข้างหน้า คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้ลงโทษทั้งสองกระทง ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดของโจทก์ทั้งสองกระทงดังกล่าวแม้ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนซึ่งเป็นความผิดกระทงหนักที่สุดจะมีโทษจำคุกด้วย แต่ก็มิได้ให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะกักรถของโจทก์ไว้ หากจำเลยกักรถของโจทก์ไว้และเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจำเลยอาจมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง คดีของโจทก์จึงมีมูล
พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4404/2528
นายทวี สิงห์ทองลา โจทก์
พันตำรวจตรีสิงห์ ไชยดา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทวี สิงห์ทองลา · จำเลย - พันตำรวจตรีสิงห์ ไชยดา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · มาโนช เพียรสนอง · ดำรง สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา