⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3152/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3152/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องคัดค้านผู้พิพากษาโดยเห็นว่าคำคัดค้านนั้นไม่ต้องด้วยบทบัญญัติเรื่องการคัดค้านผู้พิพากษา ถือเป็นการไม่รับคำคัดค้านไว้พิจารณา มิใช่เป็นการสั่งยอมรับหรือยกเสียซึ่งคำคัดค้านตามกฎหมาย * คณะกรรมการตุลาการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระตามที่กฎหมายกำหนด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตุลาการ * คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เป็นธรรม และไม่ใช้อคติ จะไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่คัดค้านผู้พิพากษาทุกคนที่จะทำการพิจารณาคดีโจทก์ในศาลชั้นต้น ด้วยเหตุคำคัดค้านไม่ต้องด้วยบทบัญญัติเรื่องการคัดค้านผู้พิพากษา ดังนี้เท่ากับเป็นการไม่รับคำคัดค้านไว้พิจารณา มิใช่เป็นการสั่งยอมรับหรือยกเสียซึ่งคำคัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 14 ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยไม่ส่งสำนวนไปให้ศาลซึ่งมีอำนาจสูงกว่าวินิจฉัย ตามมาตรา 13 แห่งประมวลกฎหมายดังกล่าวนั้นชอบแล้ว คณะกรรมการตุลาการปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการกำหนดไว้ได้โดยอิสระ มิได้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีฯ จึงไม่มีอำนาจที่จะแต่งตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนกรรมการตุลาการเป็นรายคนหรือทั้งคณะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีอำนาจสอบสวนและลงมติตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้ง เมื่อไม่ได้กระทำไปโดยอคติ หรือไม่ยุติธรรม หรือไม่สุจริต ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.13 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.14 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2521 ม.34 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2521 ม.39 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2521 ม.63 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2521 ม.64 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๘๓, ๙๑ และยื่นคำร้องคัดค้านผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทุกคนรวมทั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาคและรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคหรือผู้พิพากษาอื่นที่จะได้รับมอบหมายให้พิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและคำฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์กรณีคัดค้านผู้พิพากษาทุกคนเพราะเหตุคัดค้านไม่ต้องด้วยบทบัญญัติกฎหมายเรื่องการคัดค้านผู้พิพากษาเท่ากับเป็นการไม่รับคำคัดค้านไว้พิจารณมิใช่เป็นการสั่งยอมรับหรือยกเสียซึ่งคำคัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านผู้พิพากษาของโจทก์โดยไม่ส่งสำนวนไปให้ศาลซึ่งมีอำนาจสูงกว่าวินิจฉัยจึงชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยทั้งหมดตามที่โจทก์บรรยายฟ้องเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ศาลชั้นต้นควรจะทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อนจึงจะเป็นการชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วสำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์กล่าวหาว่ากระทำความผิดเพราะโจทก์ได้ร้องเรียนขอให้สอบสวนลงโทษทางวินัยแก่คณะกรรมการตุลาการฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เที่ยงธรรมและโดยไม่สุจริตหลายครั้ง สาเหตุเนื่องจากคณะกรรมการตุลาการซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๓ ลงมติว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ลงโทษโจทก์ออกจากราชการ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่โดยไม่แต่งตั้งกรรมการสอบสวนตามที่โจทก์ร้องเรียนนั้น เห็นว่า คณะกรรมการตุลาการประกอบด้วยกรรมการตามที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ กำหนดไว้กรรมการบางคนเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและบางคนได้รับเลือกตั้งโดยข้าราชการตุลาการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย แม้กรรมการตุลาการบางคนจะเป็นข้าราชการตุลาการซึ่งยังรับราชการอยู่ แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการฯ กำหนดไว้นั้น กรรมการทุกคนต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมายพิเศษดังกล่าวโดยอิสระหาได้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็มิได้มีอำนาจตามกฎหมายที่จะแต่งตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนกรรมการตุลาการเป็นรายคนหรือทั้งคณะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๓ โจทก์ฟ้องว่ากระทำผิดเพราะลงมติด้วยเสียงข้างมากกว่า โจทก์กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและลงโทษให้ออกจากราชการโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องยุติธรรมนั้น เห็นว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๓ ในฐานะที่เป็นกรรมการตุลาการได้ลงมติไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่อาจที่จะกล่าวอ้างได้ว่าไม่ถูกต้องและไม่ยุติธรรมการกระทำของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๓ จึงไม่เป็นความผิด ส่วนจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ นั้น โจทก์ฟ้องว่ากระทำผิดเพราะลงมติโดยอคติว่าโจทก์กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงสมควรลงโทษไล่ออกจากราชการซึ่งเป็นมติที่ไม่ยุติธรรม ไม่สุจริต และทำไปตามคำสั่งหรือคำบงการของจำเลยที่ ๔ และที่ ๘ นั้น เห็นว่า ที่จำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ลงมติว่าโจทก์กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น ก็กระทำไปตามหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งโจทก์มิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ กระทำการอย่างไรที่แสดงว่าเป็นการกระทำโดยอคติ ไม่ยุติธรรม ไม่สุจริตหรือทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ ๔ และที่ ๘ เพียงแต่โจทก์ถูกจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ซึ่งเป็นกรรมการสอบสวนมีมติว่าโจทก์ทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจะถือว่าจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ กระทำการหรือละเว้นกระทำการตามหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยที่ ๑๔ และที่ ๑๕ จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องเช่นเดียวกัน เมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ ไม่เป็นความผิดแล้วที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อโจทก์ยืนตามศาลชั้นต้นโดยไม่ทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อนจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3152/2532 นายประกิต สุขเกษม โจทก์ นายสอาด ปิยะวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิต สุขเกษม · จำเลย - นายสอาด ปิยะวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4820/2548ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 87/2534ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 959/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 3303/2532ฎีกา 2747/2529ฎีกา 2159/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา