⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4820/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4820/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ถือเป็นคดีที่ไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ แต่หากอุทธรณ์นั้นมีคำขอให้เพิกถอนคำพิพากษาเดิมที่ให้ชำระหนี้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ยื่นอุทธรณ์ต้องวางเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาเดิมพร้อมยื่นอุทธรณ์ด้วย

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยที่คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อจำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาทแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ในคดีเดิมอีก ส่วนเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น เป็นคนละส่วนกับเงินค่าขึ้นศาล เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นอันเพิกถอนไปได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 โดยศาลไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติก่อนเพราะมิใช่เรื่องที่จำเลยมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน ซึ่งโจทก์รับโอนสิทธิมาจากธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้กู้จำเลยขาดนัดยื่นคำขาดให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 45,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยยื่นคำร้องขอ ขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นขอให้พิจารณาคดีใหม่ให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาสรุปความได้ว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ มิได้อุทธรณ์ขอให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จึงเสียค่าขึ้นศาลในการอุทธรณ์มา 200 บาท ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่ได้สั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ในคดีเดิม และไม่ได้สั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาล ทำให้จำเลยหลงเชื่อว่าจำเลยปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จำเลยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนที่จะไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเสียก่อน หากจำเลยไม่ดำเนินการ ศาลอุทธรณ์จึงจะมีอำนาจพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ถือว่าเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท ถูกต้องแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ในคดีเดิมดังที่จำเลยฎีกาส่วนเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นเป็นคนละส่วนกับเงินค่าขึ้นศาล การที่จะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นอีกส่วนหนึ่ง เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นอันเพิกถอนไปได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โดยศาลไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติก่อน เพราะกรณีมิใช่เรื่องที่จำเลยมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ดังนั้น เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจะยกเอาเหตุที่อ้างว่าจำเลยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายมาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ยังไม่มีอำนาจพิพากษาเพราะต้องมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องเสียก่อนหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4820/2548 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นายสุระหรือสุระจันทร์ จันทร์ศรีชวาลา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายสุระหรือสุระจันทร์ จันทร์ศรีชวาลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ · ประทีป ปิติสันต์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4024/2536ฎีกา 1843/2551ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 87/2534ฎีกา 959/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 1609/2506ฎีกา 3303/2532ฎีกา 2159/2530ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538ฎีกา 12104/2553ฎีกา 3152/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ