⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 87/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายสถานบริการในการไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยอ้างอิงนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หากคำฟ้องไม่ได้กล่าวอ้างว่าการใช้นั้นไม่สุจริต ขัดต่อพยานหลักฐาน หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ไม่ถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 4 และมาตรา 11บัญญัติให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาตให้ตั้งสถานบริการประเภทสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัวซึ่งมีหญิงบริการแก่ลูกค้าชายหรือไม่ก็ได้ การที่บุคคลดังกล่าวใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการนวดแผนโบราณโดยยึดถือนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ย่อมเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 คำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจพิจารณาไม่อนุญาตโดยไม่สุจริต หรือขัดต่อพยานหลักฐาน หรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509ประการใด บุคคลดังกล่าวจึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยพิจารณาจากคำฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ม.4 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ม.11

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคล โจทก์เป็นประชาชนชาวไทย ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพในราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2530 โจทก์ยื่นขอตั้งสถานบริการ (นวดแผนโบราณ) เพื่อจำเลยที่ 2 พิจารณาอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ. 2509 ที่แก้ไขแล้ว ปรากฎว่าจำเลยที่ 2 ไม่อนุญาตโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 มีนโยบายไม่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการอีก ต่อมาวันที่18 มิถุนายน 2530 โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 1 โดยผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย วันที่ 13 พฤศจิกายน 2530 โจทก์ได้รับแจ้งว่า จำเลยที่ 1ยกอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์มีอยู่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะนโยบายของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่กฎหมายที่จะจำกัดสิทธิของโจทก์ได้ ฉะนั้นที่จำเลยที่ 1 ยกอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่อนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการนั้น เป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นการละเมิดต่อโจทก์จึงขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับต่อโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการ (นวดแผนโบราณ) ตามคำขอ หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาอนุญาตของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยพิจารณาจากคำฟ้องของโจทก์นั้นชอบหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509มาตรา 4 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานบริการประเภทสถานอาบน้ำนวด หรืออบตัว ซึ่งมีหญิงบริการให้แก่ลูกค้าชาย เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และมาตรา 11 บัญญัติว่า ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่สุด ตามบทบัญญัติดังได้กล่าวมาแล้วเห็นได้ว่า กฎหมายห้ามมิให้ตั้งสถานบริการนวดแผนโบราณตามที่โจทก์ประสงค์เว้นแต่โจทก์จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อโจทก์ขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการดังกล่าวหรือไม่อนุญาตก็ได้ หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็มีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการหรือไม่อนุญาตก็ได้เช่นเดียวกัน เมื่อเป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะอนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการหรือไม่เช่นนี้ การที่พนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการโดยยึดถือนโยบายของกระทรวงมหาดไทยจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2521 แต่ประการใด เพราะเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่และปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจเช่นนั้นได้ นอกจากนี้คำฟ้องของโจทก์ก็มิได้กล่าวว่าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลพินิจพิจารณาไม่อนุญาตให้โจทก์ตั้งสถานบริการโดยไม่สุจริตหรือขัดต่อพยานหลักฐานหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ประการใด ข้อกล่าวหาของโจทก์ที่ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์จึงตกไป ศาลล่างพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยพิจารณาจากคำฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 87/2534 นาย ปรีชา ธน ศิลป์ โจทก์ กระทรวงมหาดไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ปรีชา ธน ศิลป์ · จำเลย - กระทรวงมหาดไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา