คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ด้วย หากไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ที่กำหนดให้ ผู้อุทธรณ์นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์มิได้บังคับเฉพาะกรณีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีของศาลชั้นต้นเท่านั้น การอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับ คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยให้มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานต่อไป ผู้อุทธรณ์ก็ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์เช่นเดียวกัน เมื่อผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง903,690 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 900,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม และจำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ให้งดสืบพยานจำเลย และนัดฟังคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ต้องไม่เกิน 3,690 บาท
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การยื่นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยจะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์หรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 บัญญัติว่า การอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับเฉพาะกรณีอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ทั้งอุทธรณ์ของจำเลยก็ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยให้มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้สืบพยานต่อไป จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์เช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาข้างต้นจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2544
นาง วราพร เลิศวนางกูร โจทก์
นาย ชาญชัย สุทัศน์ชูโต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง วราพร เลิศวนางกูร · จำเลย - นาย ชาญชัย สุทัศน์ชูโต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ผล อนุวัตรนิติการ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา