⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 406/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้บุคคลใดอุทธรณ์คดีอย่างคนอนาถาได้นั้น ต้องพิจารณาถึงความยากจนของผู้ขอและเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ หากศาลเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ศาลมีอำนาจยกคำร้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนเรื่องอนาถา และคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวต้องอุทธรณ์ภายในกำหนดเจ็ดวัน.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะอนุญาตให้คู่ความคนใดอุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้นั้นต้องประกอบด้วยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมและผู้ขอต้องแสดงให้เป็นที่พอใจศาลด้วยว่าคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ก็ย่อมมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเสียได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนเรื่องอนาถาต่อไป กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาด้วยเหตุดังกล่าวแล้ว ผู้ขอต้องอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดเจ็ดวัน นับแต่วันมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคห้าจะอุทธรณ์ภายในกำหนดหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 229 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.155 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีเนื่องจากจำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่มีเหตุอันควรที่จะอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้ยกคำร้อง ให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมภายใน ๑๕ วัน ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยศาลจะสั่งเมื่อจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งนี้แล้ว หรือกำหนดเวลาดังกล่าวล่วงเลยไปแล้ว จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยยังไม่ชอบ และให้เวลาชำระค่าฤชาธรรมเนียมน้อยมาก ขอให้ศาลอุทธรณ์ยืดระยะเวลาให้ด้วย ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเกินกำหนด ๗ วันแล้ว ส่วนอุทธรณ์ขอยืดเวลาชำระค่าธรรมเนียม จำเลยจะต้องยื่นขอต่อศาลชั้นต้นก่อน ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย วันรุ่งขึ้น จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ภายใน ๑ เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๙ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าฤชาธรรมเนียมอยู่ในระหว่างศาลนัดไต่สวน ย่อมมีผลเท่ากับจำเลยขอถอนคำร้องขออนาถาแล้วและเลือกเอาทางที่จะชำระค่าฤชาธรรมเนียมคดีไม่มีเหตุที่จำเลยจะอุทธรณ์ในเรื่องจำเลยขออนาถาอีก ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งว่า การที่จำเลยขอขยายระยะเวลาชำระค่าฤชาธรรมเนียมนั้น มิใช่จำเลยขอถอนคำขออนาถา แต่ประสงค์ว่าหากร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาไม่ได้แล้ว จำเลยก็จะหาค่าฤชาธรรมเนียมมาชำระต่อไป ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยไว้ไต่สวนต่อไป ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งภายใน ๗ วันไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในเรื่องอนาถาต่อไป ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๕ บัญญัติว่าการที่ศาลจะอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้นั้นต้องประกอบด้วยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์พอจะเสียค่าธรรมเนียมและผู้ขอจะต้องแสดงให้เป็นที่พอใจศาลด้วยว่า คดีมีเหตุผลพอสมควรที่จะอุทธรณ์ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยโดยเห็นว่าคดีไม่มีเหตุอันควรจะอุทธรณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนเรื่องอนาถาต่อไป เพราะแม้จะได้ความว่า จำเลยเป็นคนยากจนอนาถาจริง แต่คดีไม่มีเหตุอันควรจะอุทธรณ์ ศาลก็ย่อมยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเช่นกัน กรณีเช่นนี้ถือว่าศาลได้มีคำสั่งเรื่องจำเลยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาแล้ว การอุทธรณ์คำสั่งในเรื่องนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคห้า บัญญัติว่าต้องอุทธรณ์ภายในกำหนด ๗ วันจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๙ ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ทั่วไปมาใช้ไม่ได้ ฎีกาข้ออื่นของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดี พิพากษายืน ถ้าจำเลยยังติดใจจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อไป ก็ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วันนับแต่วันฟังคำพิพากษานี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2513 นางอนงค์ ปิ่นทอง โจทก์ นายวิจิตร สุจินดา กับพวก จำเลย นางวาด พรหมสูตร กับพวก ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอนงค์ ปิ่นทอง · จำเลย - นายวิจิตร สุจินดา กับพวก · ผู้ร้องสอด - นางวาด พรหมสูตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม · ฉัตร รัตนทัศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสมบูรณ์ บุญภินันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 2646/2527ฎีกา 4820/2548ฎีกา 2198/2522ฎีกา 1843/2551ฎีกา 866/2518ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 2981/2545ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 4910/2533ฎีกา 12104/2553ฎีกา 495/2549ฎีกา 1077/2532ฎีกา 1251/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา