คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสาบานตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 เพื่อแสดงว่าตนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้น ผู้ฟ้องหรือผู้ต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นสาบานตัวแทนไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 บัญญัติให้ ผู้จะฟ้องหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถายื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง พร้อมกับคำฟ้อง ฯลฯและสาบานตัวให้คำชี้แจงว่า ตน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล แสดงให้เห็นว่าการสาบานตัวดังกล่าวผู้ฟ้องหรือผู้ต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นสาบานตัวแทนไม่ได้ เพราะ การสาบานตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่จะต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องหรือต่อสู้คดีจึงสาบานตัว แทนคู่ความผู้มอบอำนาจไม่ได้ เพราะผู้รับมอบอำนาจมิใช่ผู้ฟ้องหรือ ผู้ต่อสู้คดีตามความหมายแห่ง มาตรา 156
(วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2527)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓,๔๐๗,๓๑๕.๖๕ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา อ้างว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนมิได้ประกอบการค้ามาหลายปีแล้ว เพราะขาดทุนและหมดทุนหมุนเวียนไม่มีเงินเสียค่าธรรมเนียมศาล
โจทก์คัดค้านว่า จำเลยทั้งสองมิได้ยากจน จำเลยยื่นอุทธรณ์เพื่อประวิงคดีในการขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จำเลยมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาสาบานแทนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยเป็นผู้ให้คำสาบานว่ายากจน และลงนามในคำสาบานนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองมอบอำนาจให้นายประกิตดำเนินการต่อสู้คดีแทน เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว นายประกิตผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาโดยผู้รับมอบอำนาจเข้าสาบานตัวให้คำชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล มีปัญหาว่านายประกิตผู้รับมอบอำนาจเข้าสาบานตัวให้คำชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แทนจำเลยทั้งสองผู้มอบอำนาจได้หรือไม่ ปัญหานี้ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า การฟ้องร้องต่อสู้คดีอย่างคนอนาถา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ บัญญัติให้ผู้จะฟ้องหรือต่อสู้คดียื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องพร้อมกับคำฟ้อง ฯลฯ และสาบานตัวให้คำชี้แจงว่า ตนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล แสดงให้เห็นว่า การสาบานตัวดังกล่าวผู้ฟ้องหรือผู้ต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นสาบานตัวแทนไม่ได้ เพราะการสาบานตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่จะต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องหรือต่อสู้คดีจึงสาบานตัวแทนคู่ความผู้มอบอำนาจไม่ได้ เพราะผู้รับมอบอำนาจมิใช่ผู้ฟ้องหรือต่อสู้คดีตามความหมายแห่งบทบัญญัติ มาตรา ๑๕๖ ดังกล่าว ฉะนั้น ที่นายประกิตสาบานตัวให้คำชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงเป็นการไม่ชอบ
พิพากษายืน หากจำเลยทั้งสองยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2527
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์รวมไทยทรัสต์ จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดแอล.อาร์.เทรดดิ้ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์รวมไทยทรัสต์ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดแอล.อาร์.เทรดดิ้ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชุม สุกแสงเปล่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา