⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4838/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ต้องยื่นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่งตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2546 ว่าถือไม่ได้ว่าจำเลยยากจน จึงยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน 2546 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกิน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๕๕,๔๑๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๖ ว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยยากจน จึงยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน ๑๕ วัน วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องเป็นเหตุเดียวกับที่ได้อ้างและศาลได้ไต่สวนไว้เดิมแล้ว ทั้งตามคำร้องไม่ได้แสดงให้เห็นตามสมควรว่าพยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมนั้นสามารถหักล้างข้อเท็จจริงตามที่ศาลสั่งมาได้อย่างไรจึงยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ให้แก่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายในกำหนดเจ็ดวันหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอของจำเลยที่ขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกิน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2547 นายอุไร จันนุกูล โจทก์ นายทองดี สพสิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุไร จันนุกูล · จำเลย - นายทองดี สพสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · พิชิต คำแฝง · ขวัญชัย ปิ่นรอด
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกียรติศักดิ์ พุ่มเจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - อ่านไม่ออก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา