⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 230/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำขอให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์คดีอาญาภายหลังล่วงเลยกำหนด 15 วัน จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

การยื่นคำขอให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์คดีอาญาภายหลังล่วงเลยกำหนด 15 วันแล้ว จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางจูมได้ไปแจ้งการเกิดต่อจำเลยซึ่งเป็นสารวัตรกำนันผู้ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่รับแจ้งการเกิดว่า นางจูมได้เกิดบุตรชายชื่อ รัศมี หอมจำปา แต่ไม่ได้แจ้งว่าใครเป็นบิดา จำเลยได้แก้สูติบัตรเปลี่ยนนามสกุลเป็นของโจทก์ และเติมชื่อโจทก์ในช่องบิดาทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒, ๑๖๑ และขอให้แก้ชื่อ นามสกุลโจทก์ออก จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๐๙ โจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๐๙ และยื่นคำร้องในวันเดียวกันว่าไม่สามารถยื่นในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นวันครบกำหนด เพราะเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ ว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์เพิ่มว่าในส่วนแพ่งโจทก์ยื่นในกำหนด ให้รับอุทธรณ์ส่วนแพ่ง โจทก์ฎีกาขอให้รับอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญาด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า การยื่นคำขอให้ศาลขยายเวลายื่นอุทธรณ์ในคดีอาญาภายหลังที่ล่วงเลยกำหนด ๑๕ วันมาแล้ว จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ คือจะต้องเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย โจทก์อ้างว่ามีเหตุสุดวิสัยโดยโจทก์ป่วยเป็นหวัด ท้องร่วงอย่างแรง ตามหนังสือรับรองแพทย์ว่าเป็นหวัด พยาธิตัวตืดมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดท้อง เบื่ออาหาร ควรรักษาตัว ๗ วัน แม้บ้านพักของโจทก์อยู่ห่างศาล ๓๘ กิโลเมตร แต่ใบแสดงความเห็นของแพทย์ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๐๙ ว่า เขียนและตรวจที่โรงพยาบาลอุบลราชธานี แสดงว่าโจทก์มาให้แพทย์โรงพยาบาลอุบลราชธานีตรวจที่จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ ๗ นั้นแล้ว ก็เมื่อโจทก์มาในเมืองขอให้แพทย์ตรวจร่างกายได้ก็น่าจะมาศาลเพื่อยื่นอุทธรณ์ได้ จึงไม่แสดงว่ามีเหตุสุดวิสัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2510 นายไพบูล อำนาจบุดดี โจทก์ นายสิงห์ ใจเอื้อ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพบูล อำนาจบุดดี · ล. - นายสิงห์ ใจเอื้อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แปล บุณยเกียรติ · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 3542/2545ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 3192/2532ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา