⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4636/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4636/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดใดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไปที่โจทก์ไม่ต้องนำสืบ และศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดใดจะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โดยโจทก์มิต้องนำสืบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84(1)ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๕๗, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔๓ ทวิ, ๑๕๗ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดไม่น้อยกว่า ๖ เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ความผิดฐานอื่นและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๑วินิจฉัยว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าร้ายแรงและเป็นภัยต่อสังคม โดยโจทก์มิได้สืบพยาน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาขึ้นเอง และขัดต่อกระบวนพิจารณาในเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานทั้งข้อเท็จจริงนี้มิใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลจะทราบได้เองนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดใดจะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โดยโจทก์มิต้องนำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔(๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหบิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4636/2543 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายสมคิด ปัญจเสวี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายสมคิด ปัญจเสวี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายฤทธิรงค์ สมอุดร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 70/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1616/2522ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1816/2534ฎีกา 674/2549ฎีกา 234/2491ฎีกา 7/2539ฎีกา 262/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา