คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3192/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเพิ่งติดต่อทนายความและแจ้งความประสงค์จะอุทธรณ์ ไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ศาลจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้ หากทนายจำเลยมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาข้อเท็จจริงและทำอุทธรณ์ได้ทัน
ย่อคำพิพากษา
ทนายจำเลยได้รับว่าความมาแต่ต้น มีรายละเอียดคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งหมดพร้อมคำพิพากษา กับเอกสารในคดีตามที่ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอคัดสำเนาไว้เพื่อใช้ศึกษาประกอบในการอุทธรณ์ ทั้งรูปคดีไม่ได้มีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายจำเลยศึกษารายละเอียดและข้อเท็จจริงไม่ทัน นับแต่จำเลยแจ้งความประสงค์จะอุทธรณ์ ทนายจำเลยก็ยังมีเวลาอีก 3 วันที่จะทำอุทธรณ์ได้ทัน ข้ออ้างของทนายจำเลยตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 7 วันที่ว่า จำเลยเพิ่งติดต่อทนายความได้และแจ้งความประสงค์จะอุทธรณ์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะพึงขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ต่อมาทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยเพิ่งติดต่อทนายความได้ จึงไม่สามารถทำอุทธรณ์ยื่นต่อศาลได้ทันภายในกำหนดอุทธรณ์ ขออนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ไปอีกเจ็ดวัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ขยายเวลาอุทธรณ์
จำเลยอุทธรณ์ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อไปอีกเจ็ดวัน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ทนายจำเลยได้รับเป็นทนายให้จำเลยมาตั้งแต่ต้น เริ่มแต่ยื่นคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๓๐ ทนายจำเลยยังได้ยื่นคำร้องขออนุญาตถ่ายหรือคัดคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งหมดพร้อมคำพิพากษาและเอกสารในคดีเพื่อศึกษาประกอบในการอุทธรณ์ ต่อมาในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ทนายจำเลยคนเดิมนั้นเองได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก ๗ วันอ้างเหตุว่าจำเลยเพิ่งติดต่อทนายความได้เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๐ และแจ้งความประสงค์จะอุทธรณ์ เมื่อทนายจำเลยได้รับว่าความมาแต่ต้นมีรายละเอียดคำเบิกความของพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งหมดพร้อมคำพิพากษาและเอกสารในคดี รูปคดีมิได้มีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษถึงกับจะเป็นเหตุให้ทนายจำเลยศึกษารายละเอียดและข้อเท็จจริงไม่ทันนับแต่จำเลยแจ้งความประสงค์จะอุทธรณ์ ทนายจำเลยก็ยังมีเวลาอีก ๓ วัน ที่จะทำอุทธรณ์ได้ทัน ข้ออ้างของทนายจำเลยตามคำร้อง เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะพึงขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่อนุญาตตามคำร้องของทนายจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3192/2532
นางจริยา แก้วใส โจทก์
นางนวลเนตร นนท์ตุลา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจริยา แก้วใส · จำเลย - นางนวลเนตร นนท์ตุลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปชัย มัทธุรศ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายศิริชัย จันทร์สว่าง · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา