คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาแล้ว การร้องขอฟ้องอย่างคนอนาถาในครั้งนั้นย่อมเป็นอันสิ้นสุดลง โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องอยู่ภายในกำหนดอายุความ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถานั้นเมื่อศาลสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาเสียแล้ว การร้องขอฟ้องอย่างคนอนาถาในครั้งนั้นก็เป็นอันหมดสิ้นไป โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ
มาตรา 23 ป.ม.แพ่งเป็นเรื่องขยายเวลา ส่วนอายุความมฤดกนั้น ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1754 ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี และมาตรา 191 บัญญัติว่าอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นผู้ใดหาอาจจะขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่
เจ้ามฤดกตายเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2490 โจทก์มาร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในวันที 19 กรกฎาคม 2491 ศาลไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา ในวันที่ 7 สิงหาคม 2491 ครั้นวันที่ 9 สิงหาคม 2491 โจทก์จึงได้นำค่าธรรมเนียมศาลที่จะต้องชำระเมื่อเวลายืนคำฟ้องมาชำระต่อศาล ศาลจังรับฟ้องของโจทก์ใน+นั้น ดังนี้ต้องถือว่าคดีขายอายุความมฤดกแล้ว
(ประชุมใหญ่)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกนายพันธ์ สุวรรณสิทธิผู้เป็นปู่จากจำเลยผู้เป็นอาว์ โดยร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา ศาลไต่สวนคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถา สั่งยกคำร้องแล้วโจทก์จึงได้นำค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียเมื่อเวลาฟ้องมาชำระ
จำเลยต่อสู้หลายอย่างและตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีนี้นายพันธ์เจ้ามฤดกตายเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๐ ต่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๑ โจทก์จึงมาร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๙๑ ครั้นวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๑ โจทก์จึงนำค่าธรรมเนียมศาลที่จะต้องชำระเมื่อเวลายื่นฟ้องมาชำระ ศาลจึงมีคำสั่งรับคำฟ้องโจทก์ในวันนั้น ดังนี้ต้องถือว่าฟ้องของโจทก์ได้ยื่นขึ้นมาเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๔๙๑ หาใช่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๑ ไม่ คดีจึงขาดอายุความมฤดก ๑ ปีแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลอุทรธณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาประชุมใหญ่ฉะเพาะปัญหาที่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าเรื่องนี้ศาลได้สั่งยกคำร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาเสียแล้ว การร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาในครั้งนั้น ก็เป็นอันหมดสิ้นไป โจทก์จะฟ้องหรือร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาใหม่ก็ต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทรณ์ยกขึ้นอ้างมาเป็นเรื่องขยายเวลาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๓ ส่วนอายุความมฤดกนั้น ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๗๕๔ ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี และ มาตรา ๑๙๑ บัญญัติว่า อายุความที่กฎหมายกำหนดไว้นั้นผู้ใดอาจขยายออกหรือย่นเข้าได้ไม่ ฟ้องส่วนใหญ่ของโจทก์ขาดอายุความแต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าได้ครอบครองทรัพย์อันดับ ๔ ร่วมกับจำเลยด้วย ถ้าโจทก์มีสิทธิรับมฤดกจริงก็ยังมีสิทธิขอแบ่ง ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมดยังไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา
จึงพิพากษาแก้ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ฉะเพาะทรัพย์อันดับ ๔ รายเดียว นอกนี้ยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2493
นางไฉน สุวรรณสิทธิในฐานมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.ณรงค์, ด.ช.
ฉลอง ผู้เยาว โจทก์
นางขม เรไรร้อง ที่1, นางจอน สุวรรณสิทธิ ที่2, นายแฟ้ม สุวรรณสิทธิ ที่3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ด.ช. - นางไฉน สุวรรณสิทธิในฐานมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.ณรงค์, · โจทก์ - ฉลอง ผู้เยาว · ล. - นางขม เรไรร้อง ที่1, นางจอน สุวรรณสิทธิ ที่2, นายแฟ้ม สุวรรณสิทธิ ที่3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายประสม เภกะสุด · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาศนฤพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา