⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4658/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4658/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาใหม่ เนื่องจากจำเลยมิใช่คนยากจนนั้น ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอฟ้องคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย จำเลยได้ร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่โดยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงแล้วยังคงเห็นว่าจำเลยไม่ใช่คนยากจน ให้ยกคำร้องขอของจำเลย คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอของจำเลยในกรณีเช่นนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคสี่ มิได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคห้า.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน300,788.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยขอฟ้องอุทธรณ์อนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ใช่คนยากจนและสามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าจำเลยไม่ใช่คนยากจน มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอฟ้องคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยแล้ว จำเลยได้เลือกใช้สิทธิร้องขอให้ศาลพิจารณาคำขอนั้นใหม่ เพื่อให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคสี่ แล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรา 156 วรรคห้า อีก ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอฟ้องคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย จำเลยได้ร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่โดยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจน และศาลชั้นต้นได้ไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมของจำเลยแล้วยังคงเห็นว่าจำเลยไม่ใช่คนยากจน ให้ยกคำร้องขอของจำเลย เช่นนี้ จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำขอฟ้องคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา เมื่อได้ไต่สวนพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงเพิ่มเติมแล้วนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสี่มิได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุดจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคห้า ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้รวมสั่งเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4658/2534 นาย สม พัน ธ์ น้อย สง่า โจทก์ นาย สม พร น้อย สง่า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม พัน ธ์ น้อย สง่า · จำเลย - นาย สม พร น้อย สง่า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548ฎีกา 644/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา