คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ต้องแสดงเหตุพิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันภายในกำหนด หากเหตุที่อ้างไม่เข้าข่ายเหตุพิเศษ ศาลย่อมมีคำสั่งยกคำร้องได้ และหากทนายจำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งแล้ว ถือว่าจำเลยยอมรับผลการสั่งของศาลแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันที่ 29 มกราคม 2544 เวลา 11.15 นาฬิกา อันเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ข้อความในคำร้องตอนต้นระบุว่าทนายจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ขอคัดคำพิพากษา ส่อแสดงให้เห็นว่าการยื่นอุทธรณ์ไม่ทันภายในกำหนด มิใช่มาจากเหตุที่ทนายจำเลยที่ 1 มีคดีที่จะต้องเขียนอุทธรณ์และทำคำแก้อุทธรณ์อีกหลายคดีดังที่ทนายจำเลยที่ 1 อ้างในคำร้อง จึงถือไม่ได้ว่าตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์พิเศษ
แม้ศาลจะสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันยื่นคำร้อง จำเลยที่ 1 ก็คงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันในวันนั้น เพราะวันดังกล่าวเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์และจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลเนื่องจากยังไม่ได้ขอคัดคำพิพากษา อีกทั้งทนายจำเลยที่ 1 ได้ลงชื่อรับทราบในคำร้องว่าให้มาฟังคำสั่งในวันที่ล่วงเลยกำหนดยื่นอุทธรณ์ แสดงว่าทนายจำเลยที่ 1 ยอมรับผลการสั่งของศาลแล้วว่าหากศาลไม่อนุญาตจำเลยที่ 1 ย่อมเสียสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ ดังนั้น จำเลยที่ 1 จะมาโต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีก่อนจำเลยที่ ๑ แพ้คดี ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยที่ ๑ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ขอคัดคำพิพากษา เนื่องจากมาจดรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ ทนายจำเลยที่ ๑ มีคดีที่ต้องเรียงอุทธรณ์และทำคำแก้อุทธรณ์อีกหลายคดี จึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์มีกำหนด ๒๐ วัน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ได้อ้างเหตุอันสมควรที่จะขอขยายระยะเวลา ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์นั้น คู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในอุทธรณ์ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ดังนั้น การที่คู่ความจะทำคำอุทธรณ์ที่ชัดแจ้งได้ก็ต้องทราบเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวงของศาล เมื่อตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๔ เวลา ๑๑.๑๕ นาฬิกา อันเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์นั้นระบุข้อความในตอนต้นว่า ทนายจำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้ขอคัดคำพิพากษา จึงส่อแสดงให้เห็นว่าการยื่นอุทธรณ์ไม่ทันภายในกำหนด มิใช่มาจากเหตุที่ทนายจำเลยที่ ๑ มีคดีที่จะต้องเขียนอุทธรณ์และทำคำแก้อุทธรณ์อีกหลายคดี ดังที่ทนายจำเลยที่ ๑ อ้างในคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในตอนท้าย จึงถือไม่ได้ว่าตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ มีพฤติการณ์พิเศษ
แม้ศาลจะสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันยื่นคำร้อง จำเลยที่ ๑ ก็คงไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันในวันนั้น เพราะวันดังกล่าวเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์และจำเลยที่ ๑ ก็ยังไม่ทราบเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลเนื่องจากยังไม่ได้ขอคัดคำพิพากษาเลย นอกจากนี้ทนายจำเลยที่ ๑ ก็ได้ลงชื่อรับทราบในคำร้องว่าให้มาฟังคำสั่งในวันที่ล่วงเลยกำหนดยื่นอุทธรณ์ แสดงว่าทนายจำเลยที่ ๑ ยอมรับผลการสั่งของศาลแล้วว่าหากศาลไม่อนุญาตจำเลยที่ ๑ ย่อมเสียสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จะมาโต้แย้งในภายหลังหาชอบไม่ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2546
บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์
พันตรีนริศ ขาวเกตุ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) · จำเลย - พันตรีนริศ ขาวเกตุ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศณุ เลื่อมสำราญ · สายันต์ สุรสมภพ · สมศักดิ์ เนตรมัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาววรลักษณ์ รัตนพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา