⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4910/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4910/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลมีทรัพย์สินอยู่แต่ไม่สามารถนำทรัพย์สินนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ในทันทีทันใด ไม่ถือว่าเป็นเหตุให้บุคคลนั้นเป็นคนยากจนที่ไม่อาจเสียค่าธรรมเนียมศาลได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยในชั้นอุทธรณ์ที่ยื่นครั้งแรกแล้วฟังว่า จำเลยมีที่ดิน 1 แปลงเนื้อที่ 20 ไร่ แม้จำเลยจะอ้างว่านำที่ดินไปจำนองเป็นประกันหนี้และยังไม่มีเงินไถ่ คืน ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนที่ไม่อาจเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นคงยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลอนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่า เป็นคนยากจน แต่ข้ออ้างที่ขอให้ไต่สวนใหม่ปรากฏในคำร้องว่าเป็นเหตุเดียวกับที่อ้างไว้เดิม และศาลชั้นต้นวินิจฉัยไปแล้วทำให้เห็นว่าไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมแสดงให้เห็นฐานะของจำเลย นอกเหนือไปจากที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไปแล้ว ดังนี้ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่ของจำเลยนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.155 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยไปออกรวมเอาที่ที่โจทก์มีสิทธิครอบครองเป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.๓) ทะเบียนเล่ม ๒ หน้า ๖๖ สารบบเล่มเลขที่ ๑๔๖ ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำเลยขอฟ้องคดีอย่า>คนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยไม่ยากจน มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขออนาถาของจำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พยานหลักฐานที่จำเลยจะเข้ามาให้ไต่สวนเพิ่มเติมอีกนั้น ไม่ได้สนับสนุนพยานหลักฐานที่ได้ไต่สวนไว้แล้วในการไต่สวนอนาถาครั้งแรกให้เห็นได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนถึง ขนาดไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมได้ ดังที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไปแล้วได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องที่จำเลยขอให้พิจารณาคำขอใหม่ จึงชอบแล้ว ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย และถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วันนับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยมีว่า สมควรที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนหรือไม่ พิเคราะห์แล้วศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ยื่นครั้งแรกแล้วฟังว่าจำเลยมีที่ดิน ๑แปลง เนื้อที่ ๒๐ ไร่ แม้จำเลยจะอ้างว่านาที่ดินไปจำนองเป็นประกันหนี้และยังไม่มีเงินไถ่คืนก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนที่ไม่อาจเสียค่าธรรมเนียมของศาลได้ จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น คงยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลอนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจน แต่ข้ออ้างที่ขอให้ไต่สวนใหม่ว่าตนเป็นคนยากจนนั้น ปรากฏในคำร้องว่าเป็นเหตุเดียวกับที่อ้างไว้เดิมและศาลชั้นต้นวินิจฉัยไปแล้ว พฤติการณ์ทำให้เห็นได้ในตัวว่าไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะแสดงให้เห็นฐานะของจำเลยนอกเหนือไปจาก ที่ศาลชั้นต้นได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่ของจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่ทราบคำพิพากษา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4910/2533 นางคำบ่อ ฤาชา โจทก์ นางบัวเรียน ฤาชา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคำบ่อ ฤาชา · จำเลย - นางบัวเรียน ฤาชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 495/2549ฎีกา 1251/2493ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 1730/2512ฎีกา 406/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา