⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1235/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคำร้องขอให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่แสดงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจแสดงพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ในการไต่สวนครั้งแรก และพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมไม่มีความสำคัญที่จะหักล้างข้อเท็จจริงที่ศาลได้วินิจฉัยไว้แล้ว ศาลชอบที่จะยกคำร้องเสียได้โดยไม่ต้องไต่สวน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยสามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนจริง ยกคำร้อง จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่ยื่นคำร้องขออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนปรากฏว่าคำร้องดังกล่าวมิได้กล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมนั้นเหตุใดจึงมิได้ระบุหรืออ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมมีความสำคัญที่จะหักล้างข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังไว้อย่างไร เพียงแต่แนบบัญชีระบุพยานซึ่งระบุรายชื่อพยานบุคคลซึ่งส่วนใหญ่ได้อ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและอ้างเพิ่มบางคนเท่านั้น ดังนี้ ทำให้เห็นว่าจำเลยไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมพอที่จะแสดงว่าฐานะของจำเลยแตกต่างไปจากที่เคยวินิจฉัยไว้แล้ว ศาลชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยเสียได้ โดยไม่ต้องไต่สวนคำร้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน12,956,077.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 12,290,498.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้เอากับทรัพย์จำนอง และทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์จนครบ จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลได้ให้โอกาสจำเลยแสดงหลักฐานมาเป็นเวลานานแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะให้ไต่สวนเพิ่มขึ้น ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า สมควรไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยแล้วฟังว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดรวม 10 โฉนดซึ่งติดจำนองโจทก์ จำเลยเบิกความยอมรับว่าราคาที่ดินจำนองสูงกว่าหนี้ของโจทก์ประกอบกับจำเลยยังสามารถชำระหนี้แก่ธนาคารเอเชีย จำกัด ซึ่งมียอดหนี้ประมาณ 5 ล้านบาทได้ จำเลยยังอยู่ในฐานะที่ยังพอมีเงินหรือหาเงินเสียค่าธรรมเนียมศาลได้มิได้ยากจนจริง จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ยื่นคำร้องขออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจน ซึ่งคำร้องดังกล่าวก็มิได้กล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมนี้เหตุใดจึงมิได้ระบุหรืออ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรก และพยานหลักฐานที่จะแสดงเพิ่มเติมมีความสำคัญพอที่จะหักล้างข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังไว้ได้อย่างไร จำเลยเพียงแต่แนบบัญชีพยานซึ่งระบุรายชื่อพยานบุคคลซึ่งส่วนใหญ่ได้อ้างไว้ในการไต่สวนครั้งแรกและอ้างเพิ่มบางคนเท่านั้น พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่าจำเลยไม่น่าจะมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมพอที่จะแสดงว่าฐานะของจำเลยแตกต่างไปจากที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1สั่งยกคำร้องของจำเลยนี้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ถ้าจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำพิพากษา. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2535 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นาย บัญชา บุญ ประภาการ หรือ จี้เม้ง แซ่ บึง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นาย บัญชา บุญ ประภาการ หรือ จี้เม้ง แซ่ บึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปนนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548ฎีกา 644/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ