⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 579/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น จะเป็นความผิดได้ต่อเมื่อปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นจริงในขณะที่ออกเช็ค หากจำเลยเป็นเจ้าหนี้ธนาคารเป็นจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินตามเช็คในขณะออกเช็ค ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค การกระทำจึงไม่เป็นความผิด

ย่อคำพิพากษา

การที่จะเป็นความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น มิใช่ว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ก็เกิดเป็นความผิดเสมอไป กรณีจะต้องปรากฏด้วยว่าเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น จำเลยได้ออกด้วยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คด้วย เจตนาดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คหรือวันออกเช็ค จำเลยเป็นเจ้าหนี้ธนาคารอยู่เป็นจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายซึ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น เช่นนี้การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด (อ้างฎีกาที่ 259/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.162 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.167 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ สั่งจ่ายเงิน ๒๖๑,๙๕๐ บาท ลงชื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สั่งจ่าย ประทับตามของจำเลยที่ ๑ (นิติบุคคล) มอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาจ่ายเช็คดังกล่าวที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น และเป็นการออกเช็คใช้เงินจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลยที่ ๑ ในธนาคาร ครั้นถึงกำหนดสั่งจ่ายแล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจบริษัทโจทก์ได้นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" ซึ่งหมายความว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่ายตามเช็ค โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉยไม่ชำระ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าโจทก์แจ้งความเรื่องนี้มุ่งถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญยนต์ คือจำเลยที่ ๑ และการซื้อขายก็มีอยู่ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงเป็นเรื่องระหว่างบริษัทโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการหาต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เช็คลงวันที่สั่งจ่าย ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่โจทก์เพิ่งไปเรียกเก็บเงินเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๑๖ ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ มียอดเงินในบัญชีเพียงสิ้นวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นเจ้าหนี้ธนาคารที่จำเลยฝากอยู่ ๒๖๒,๘๒๑.๒๖ บาท เกินกว่าที่จะต้องชำระให้โจทก์ หากโจทก์เรียกเก็บเงินในเวลาอันควรก็น่าจะได้รับเงินตามเช็คนี้ เหตุที่โจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค จึงไม่ใช่เกิดจากจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือออกเช็คใช้เงินจำนวนสูงกว่าที่จำเลยมีอยู่ในบัญชีของจำเลย คดีโจทก์ไม่มีมูลทางอาญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายมีใจความว่า การออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓(๑) นั้น เมื่อได้มีการนำเช็คไปขึ้นต่อธนาคารและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินก็เป็นความผิดแล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าในวันที่ออกเช็ค จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชีพอจ่ายหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะเป็นความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค มิใช่ว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วก็เกิดเป็นความผิดเสมอไป กรณีจะต้องปรากฏด้วยว่าเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น จำเลยได้ออกด้วยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คด้วย เจตนาดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า ในวันที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คหรือวันออกเช็คคือวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ จำเลยเป็นหนี้ธนาคารอยู่เป็นจำนวน ๒๖๒,๘๒๑.๒๖ บาท สูงกว่าจำนวนเงิน ๒๖๑,๙๕๐ บาท ตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่าย ซึ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดเทียบได้กับคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๙/๒๕๑๓ ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวิภาต ฉิมมณี โจทก์ร่วม นางลิลิต สาระคุณ จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2518 บริษัททรานสปอร์ต แมชชีนเนน เอ็กซ์ปอร์ต อิมปอร์ต จำกัด เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ตะวันออกโดยนายกิจจา วัฒนสินธุ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญยนต์ กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความเบอร์ลิน - บริษัททรานสปอร์ต แมชชีนเนน เอ็กซ์ปอร์ต อิมปอร์ต จำกัด · โจทก์ - ประเทศเยอรมัน ตะวันออกโดยนายกิจจา วัฒนสินธุ์ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญยนต์ กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพูน จักรเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายดุสิต วราโห
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5414/2536ฎีกา 5822/2531ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 1368/2505ฎีกา 729/2530ฎีกา 313/2526ฎีกา 280/2505ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 1666/2506ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 1079/2511ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 1965/2531ฎีกา 3098/2539ฎีกา 1050/2514ฎีกา 1234/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา