คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาพถ่ายที่แสดงเพียงสภาพของห้อง เครื่องใช้ หรือทรัพย์สิน ณ เวลาที่ถ่าย ไม่ถือเป็นเอกสารตามกฎหมาย หากไม่มีการบันทึกหรือแสดงความหมายอื่นใดเพิ่มเติม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ร่วมเป็นภริยาจำเลยได้ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูและขอให้เปิดประตูบ้านที่โจทก์ร่วมอาศัยอยู่ การที่โจทก์ร่วมได้ให้ช่างภาพถ่ายภาพห้อง เครื่องใช้ตู้เสื้อผ้า และของอื่น ๆ ภายในบ้านนั้น เห็นได้ว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพจำลองของห้อง เครื่องใช้ ฯลฯ เท่านั้นไม่ได้แสดงความหมายให้ปรากฏแต่อย่างใด ห้อง เครื่องใช้ฯลฯ มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร เมื่อถ่ายเป็นภาพออกมาก็ปรากฏอยู่ในสภาพอย่างนั้น ไม่เป็นหลักฐานแห่งความหมายอย่างใด ๆ เลย ภาพถ่ายและฟิล์มของภาพถ่ายดังกล่าวจึงไม่เป็นเอกสารตามมาตรา 1(7) แห่งประมวลกฎหมายอาญาฉะนั้น การที่ร้านถ่ายภาพได้นำภาพถ่ายไปมอบให้โจทก์ร่วมที่บ้านซึ่งถ่ายภาพ จำเลยเป็นผู้รับไว้ และให้คนไปเอาฟิล์มภาพถ่ายจากร้านแล้วเอาไปเสียไม่ยอมคืนให้โจทก์ร่วมดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารคือภาพถ่ายและฟิล์มของภาพถ่ายดังกล่าวของผู้เสียหาย ซึ่งได้จ้างช่างถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับทรัพย์สินต่าง ๆ ของผู้เสียหายที่ได้สูญหายไปเพื่อสำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีแพ่งกับจำเลย ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188
จำเลยให้การปฏิเสธ
นางเกษณี (เกงเฮียง) แซ่โง้ว ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ต่อมาโจทก์ร่วมขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาโจทก์มีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ร่วมเป็นภริยาจำเลยได้ยื่นฟ้องจำเลยเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู และขอให้เปิดประตูบ้านเลขที่ 47 แขวงวัดสามพระยา ศาลมีคำสั่งให้เปิดประตูบ้าน โจทก์ร่วมได้ใช้ช่างภาพถ่ายภาพห้อง เครื่องใช้ ตู้เสื้อผ้าและของอื่น ๆ ภายในบ้าน ต่อมาร้านถ่ายภาพได้นำภาพถ่ายไปมอบให้โจทก์ร่วมที่บ้านสั่งถ่ายภาพ จำเลยเป็นผู้รับไว้ และให้คนไปเอาฟิล์มภาพถ่ายจากร้านแล้วเอาไปเสียไม่ยอมคืนให้โจทก์ร่วม
ศาลฎีกาเห็นว่า ภาพถ่ายห้อง เครื่องใช้ ตู้เสื้อผ้า และของอื่น ๆภายในบ้านดังกล่าว เป็นภาพจำลองของห้อง เครื่องใช้ ฯลฯ เท่านั้นไม่ได้แสดงความหมายให้ปรากฏแต่อย่างใด ห้อง เครื่องใช้ ฯลฯ มีสภาพเป็นอยู่อย่างไร เมื่อถ่ายเป็นภาพออกมาก็ปรากฏอยู่ในสภาพอย่างนั้นไม่เป็นหลักฐานแห่งความหมายอย่างใด ๆ เลย ภาพถ่ายและฟิล์มของภาพถ่ายตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา จึงไม่เป็นเอกสารตามมาตรา 1(7) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209/2522
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นางเกษณี(เกงเฮียง) แซ่โง้ว โจทก์
นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล จำเลย
จำเลย นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางเกษณี(เกงเฮียง) แซ่โง้ว · จำเลย - นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล · โจทก์ - จำเลย นายไพบูลย์ ณรงค์ชัยกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา