⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1487/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยมิได้ยกเหตุแห่งการปฏิเสธขึ้นกล่าวอ้างในคำให้การ ย่อมทำให้จำเลยไม่มีสิทธินำสืบในประเด็นที่เกี่ยวกับเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่าการมอบอำนาจ (ให้ฟ้องคดี) ของโจทก์ไม่ถูกต้อง เพราะการมอบอำนาจไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย มิได้ยกเหตุขึ้นกล่าวอ้างในคำให้การว่า เพราะเหตุใดการมอบอำนาจของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ และไม่มีผลตามกฎหมาย เป็นคำให้การแต่เพียงปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์เท่านั้น มิได้แสดงถึงเหตุแห่งการปฏิเสธไม่มีสิทธินำสืบถึงเหตุแห่งการนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธินำสืบในประเด็นที่ว่าตราที่ประทับในใบมอบอำนาจเป็นตราปลอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลโดยได้จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยนายบัณฑร กับนายสุจินต์กรรมการของบริษัทมอบอำนาจให้นายสุเมธเป็นผู้ดำเนินคดีแทน จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคล โดยมีนายเชิยชัยจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ได้นำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 สลักหลังเช็ค มาแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อถึงกำหนดเวลาชำระเงินตามเช็ค โจทก์ได้นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยแจ้งว่า "บัญชีปิดแล้ว" ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน คือวันที่ 2 เมษายน 2519 จนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยไม่รับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์การมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้อง เพราะการมอบอำนาจไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมายโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุการณ์ตามมูลฟ้องคดีนี้ล่วงเลยมานาน จำเลยไม่เคยออกเช็ครายพิพาทนี้ไม่ว่าในฐานะส่วนตัวหรือฐานะผู้จัดการของจำเลยที่ 2 เพื่อแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำนวน50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 2 เมษายน 2519 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 800 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยมีสิทธินำสืบในประเด็นที่ว่า ตราของบริษัทโจทก์ที่ประทับในใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้เป็นตราปลอมได้ ใบมอบอำนาจของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธลอย ๆ ว่าการมอบอำนาจของโจทก์ไม่ถูกต้อง เพราะการมอบอำนาจไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมายจำเลยที่ 1 มิได้ยกเหตุขึ้นกล่าวอ้างในคำให้การว่า เพราะเหตุใดการมอบอำนาจของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย จึงเป็นคำให้การแต่เพียงปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์เท่านั้น มิได้แสดงถึงเหตุแห่งการปฏิเสธ ไม่มีสิทธินำสืบถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น เมื่อโจทก์นำสืบว่า กรรมการบริษัทโจทก์ 2 นายได้ลงชื่อและประทับตราของบริษัทโจทก์มอบอำนาจให้โจทก์ดำเนินคดีนี้ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัทโจทก์แล้ว ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ตามนั้น จำเลยไม่มีสิทธินำสืบในประเด็นที่ว่าตราที่ประทับในใบมอบอำนาจเป็นตราปลอม ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2522 บริษัทสินเอเซีย จำกัด ฯ โจทก์ นายเชิดชัย ตั้งสำเริงวงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสินเอเซีย จำกัด ฯ · จำเลย - นายเชิดชัย ตั้งสำเริงวงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 42/2498ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7122/2545ฎีกา 7154/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 647/2521ฎีกา 369/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 370/2506ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 5438/2537ฎีกา 85/2540ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา