⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2191/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2522

ป.อาญา ม.59, 80, 309 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การข่มขู่ให้ผู้เสียหายกลัวจนต้องปฏิบัติตาม ถือเป็นความผิดสำเร็จฐานข่มขืนใจตามกฎหมาย การกระทำที่มุ่งต่อผล แต่ผลไม่เกิดขึ้นเพราะเหตุที่ถูกขัดขวาง ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เข้าไปนั่งในรถแล้วใช้ปืนจี้ขู่บังคับให้ ส. ซึ่งเป็นคนขับรถนั่งเฉยๆและให้เอามือวางไว้ที่พวงมาลัยจน ส. เกิดความ กลัวจำต้องปฏิบัติตามโดยยอมนั่งเฉยๆและต้องเอามือวางไว้ที่พวงมาลัย ตามที่จำเลยข่มขืนใจให้กระทำ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดสำเร็จ ตามมาตรา 309 แห่งประมวลกฎหมายอาญา การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าแย่งและฉุดเด็กชาย ฉ. อายุ 8 ปี ไปจากนางสาว ส. ซึ่งเป็นผู้ดูแลโดยใช้วิธีเข้าดึงตัวเด็กและพยายามจะจับตัวอุ้มไป แต่นางสาว ส. ดึงตัวเด็กไว้ได้และร้องขอความช่วยเหลือจำเลยที่ 2 จึงได้ปล่อยและหนีไปโดยพรากเอาตัวเด็กไปไม่ได้ เป็นการกระทำไปไม่ตลอดการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317,80

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 , 313, 317, 80, 83, 91 และประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2, 11, 12 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ นายณรงค์ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นส่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตา 309กระทงหนึ่ง และ 317, 80 อีกกระทงหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษแล้ววางโทษกระทงความผิดแรกจำคุกคนละ 2 ปี กระทงความผิดหลังจำคุกคนละ 3 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาโดยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ลงชื่อในคำพิพากษารับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต่อมาจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาสั่งอนุญาต คดีคงมีปัญหาชั้นฎีกาเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกระทำความผิดจริง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า การที่จำเลยที่ 1 เข้าไปนั่งในรถแล้วใช้ปืนจี้ขู่บังคับให้นายสมพลนั่งเฉย ๆ และให้นายสมพลเอามือวางไว้ที่พวงมาลัยจนนายสมพลเกิดความกลัวจำต้องปฏิบัติตามโดยยอมนั่งเฉย ๆ และต้องเอามือวางไว้ที่พวงมาลัยตามที่จำเลยที่ 1 ได้ข่มขืนใจให้กระทำ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดสำเร็จฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพตามมาตรา 309 แห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้ว และการที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าแย่งและฉุดเด็กชายฉัตรชัยอายุ 8 ปีไปจากนางสาวสุภาภรณ์ซึ่งเป็นผู้ดูแลโดยใช้วิธีดึงเด็กชายฉัตรชัยไว้ได้และได้ร้องขอความช่วยเหลือ จำเลยที่ 2 จึงปล่อยและหนีไปโดยพรากเอาตัวเด็กชายฉัตรชัยไปไม่ได้ เป็นการกระทำไปไม่ตลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317, 80 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2522 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายณรงค์ วิรัตน์โยสินทร์ โจทก์ นายพนา กระจ่างยุทธ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายณรงค์ วิรัตน์โยสินทร์ · จำเลย - นายพนา กระจ่างยุทธ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1141/2506ฎีกา 5957/2530ฎีกา 34/2521ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 2982/2562ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา