⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 365/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2522

ย่อคำพิพากษา

งานที่ทำบกพร่องไม่เป็นไปตามสัญญา ผู้ว่าจ้างต้องใช้ค่าจ้างที่หักค่าเสียหายออกแล้วแก่ผู้รับจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยรับจ้างปลูกสร้างโรงสีแก่โจทก์ แต่สร้างไม่ถูกต้องตามสัญญาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ใช้สินจ้างที่ค้างอยู่โดยหักค่าเสียหายออกก่อน เป็นเงิน 41,000 บาท แก่จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อจำเลยเพราะจำเลยส่งมอบงานไม่สมบูรณ์ชำรุดบกพร่อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599, มาตรา 600 และมาตรา 594ตามลำดับนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติแล้วว่าจำเลยได้ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างโรงสีข้าวให้แก่โจทก์โดยจะใช้อุปกรณ์เครื่องเหล็กติดตั้งเพื่อให้ใช้สีข้าวได้จำนวน 12 เกวียน ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เมื่อจำเลยก่อสร้างโรงสีข้าวเสร็จส่งมอบแก่โจทก์แล้ว ปรากฏว่าใช้สีข้าวไม่ได้จำนวนตามสัญญาเพราะจำเลยใช้อุปกรณ์เครื่องเหล็กที่ไม่ได้ขนาดมาตรฐานติดตั้งเป็นเหตุให้โจทก์ต้องว่าจ้างช่างทำการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงใหม่จนใช้การได้ ซึ่งการกระทำของจำเลยดังกล่าวถือว่าเป็นการผิดสัญญาจ้าง จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 24,000 บาท โดยให้หักออกจากค่าจ้างที่โจทก์ค้างชำระจำเลยอยู่ 65,000 บาท กรณีที่ฟังได้ความเป็นยุติดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่จำเลยปฏิบัติผิดสัญญาจ้าง แม้โจทก์ผู้ว่าจ้างชอบที่จะยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้ แต่เมื่อโจทก์ว่าจ้างบุคคลภายนอกซ่อมแซม และศาลล่างกำหนดค่าเสียหายเป็นเงิน 24,000 บาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิยึดหน่วงเงินค่าจ้างที่เหลือนั้น ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่ควรได้รับค่าเสียหายอีก โดยอ้างบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 603 นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระแต่การที่จ้างทำนั้นพังทะลายหรือบุบสลายลงก่อนได้ส่งมอบกันถูกต้อง โดยไม่ใช่เกิดจากความผิดหรือการกระทำของผู้ว่าจ้าง จึงให้ความวินาศนั้นตกเป็นพับแก่ผู้รับจ้าง และผู้ว่าจ้างไม่ต้องชำระสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง แต่ในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานที่ทำเสร็จแล้วแก่โจทก์ผู้ว่าจ้าง แต่งานที่ทำนั้นไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาจ้าง กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายตามที่โจทก์ฎีกา ฉะนั้นเมื่อฟังเป็นยุติว่าโจทก์ได้แก้ไขงานที่รับมอบนั้นใช้การได้โดยจำเลยผู้รับจ้างเป็นฝ่ายออกค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะยึดหน่วงสินจ้างหรือไม่ยอมชำระค่าจ้างที่ค้างอยู่ให้แก่จำเลยตามสัญญานั้นได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาว่า คำเบิกความของพยานโจทก์มีน้ำหนักให้น่าเชื่อยิ่งกว่าคำเบิกความของพยานจำเลยนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าข้อความในฎีกาดังกล่าวไม่แจ้งชัดว่าโจทก์ไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงใดจึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ที่แก้ไขแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2522 นายเช็งจุ่น แซ่ฮ้อ โจทก์ นายฮั่วเซ้ง แซ่เบ๊ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเช็งจุ่น แซ่ฮ้อ · จำเลย - นายฮั่วเซ้ง แซ่เบ๊
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ชลอ จามรมาน · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2365/2536ฎีกา 7172/2547ฎีกา 4664/2534ฎีกา 4022/2548ฎีกา 2702/2519ฎีกา 10864/2553ฎีกา 1469/2542ฎีกา 5201/2549ฎีกา 1245/2516ฎีกา 5626/2557ฎีกา 853/2512ฎีกา 3197/2543ฎีกา 519/2545ฎีกา 8141/2548ฎีกา 3537/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา