⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2861/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ที่โปรดเกล้าฯ ให้ร่างพินัยกรรมมีผลเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นกฎหมาย เจ้ามรดกร่างพินัยกรรมไว้แล้ว แต่ยังมิได้ลงพระนาม เพราะสิ้นพระชนม์เสียก่อน ต่อมาภายหลังได้มีพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 6 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ร่างพินัยกรรมนั้นเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายได้ร่างพินัยกรรมดังกล่าวย่อมมีผลเป็นพินัยกรรมใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.3 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1655

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกมีพินัยกรรมของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติตามคำสั่งศาล เมื่อเดือนมกราคม ๒๔๕๘ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่ยังมิทันได้ลงพระนามก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ร่างพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมตามกฎหมาย ตามข้อ ๓ ของพินัยกรรมได้ระบุไว้ว่าที่วังตำบลซังฮี้นอก ซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ขณะนี้ให้คงรักษาไว้เป็นของกลางสำหรับโอรสและธิดาให้หม่อมลม้ายเป็นผู้ปกครองโอรสและธิดา หม่อมเจ้าปฏิพัทธ์ และหม่อมเจ้าเณรเป็นผู้ช่วยการปลูกสร้างเรือนหรือสิ่งใดลงไว้ในวังนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน ผู้ปกครองจะเอาวังไปซื้อขายไม่ได้ ตามข้อ ๗ ระบุว่า ถ้าหม่อนลม้าย หม่อมเจ้าหญิงและหม่อมเจ้าชายถึงแก่รรมและถึงชีพิตักษัยหมดแล้วให้วังนี้ตกเป็นของบุตรของเจ้ามรดกที่เกิดแก่หม่อมลม้ายที่เหลืออยู่ ถ้าบุตรหม่อมลม้ายไม่มีเหลือก็ให้วังตกเป็นสิทธิแก่หลานชายคนใหญ่ซึ่งมีเกียรติยศสูงสุดในราชการ หลานชายคนใหญ่ที่กล่าวนี้ต้องเป็นผู้ที่เกิดแต่บุตรชายของหม่อมลม้าย หลังจากเจ้ามรดกสิ้นพระชนม์แล้วหม่อมเจ้าพูนศรี เกษมโอรส ของเจ้ามรดกได้อาศัยอยู่ในวังดังกล่าวจนสิ้นพระชนม์ ต่อมาหม่อมเจ้าวัฒยากรโอรสอีกองค์หนึ่งของเจ้ามรดกได้มาขออาศัยอยู่ในวังดังกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์อนุญาต หม่อมเจ้าวัฒยากรจึงนำครอบครัวซึ่งรวมทั้งจำเลยซึ่งเป็นชายาเข้ามาอยู่อาศัยในวังนี้ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หม่อมเจ้าวัฒยากรสิ้นพระชนม์ สิทธิอาศัยของหม่อมเจ้าวัฒยากรจึงสิ้นสุดของ โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยทราบว่าหากจะขออาศัยอยู่ในวังนี้ต่อไปอีก ขอให้ทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้ จำเลยเพิกเฉยเสีย ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไป จำเลยให้การว่า มรดกของพระเจ้าบรมวงศ์เขตกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ ไม่มีพินัยกรรมตามกฎหมายเพราะร่างพินัยกรรมตามโจทก์ฟ้องนั้น หากมีจริงเจ้ามรดกก็ยังมิได้ลงพระนาม ที่อ้างว่าได้มีพระบรมราชโองการให้ร่างพระพินัยกรรมตามกฎหมายนี้ โจทก์ก็มิได้แสดงหลักฐานให้ปรากฏ แม้จะเป็นสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชเอกสารใดจะเป็นพินัยกรรมหรือไม่ ผู้ทำพินัยกรรมต้องทำขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ขณะนั้น โจทก์จะอาศัยเอกสารดังกล่าวมาใช้บังคับอย่างพินัยกรรมมิได้ ทรัพย์มรดกจึงต้องแบ่งกันในบรรดาทายาท สามีจำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเมื่อสามีจำเลยถึงชีพิตักษัย จำเลยในฐานะชายาย่อมมีสิทธิในทรัพย์พิพาทในฐานะทายาทของสามี โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ศาลชั้นต้น พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากวังตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติตามคำสั่งศาล ก่อนสิ้นพระชนม์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติได้ร่างพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ ไว้ และยังมิได้ลงพระนาม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หนังสือร่างพินัยกรรมนั้นเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายได้ตามข้อ ๓ และข้อ ๗ แห่งร่างพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ มีข้อความตามที่โจทก์กล่าวไว้ในคำฟ้อง วังพิพาทเป็นทรัพย์ตามพินัยกรรม โจทก์เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมข้อ ๗ หม่อมเจ้าวัฒยากรสามีจำเลยเป็นโอรสของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ แต่มิได้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๓ และ ข้อ ๗ และวินิจฉัยว่าพระบรมราชโองการถือว่าเป็นกฎหมาย แม้เจ้ามรดกจะไม่ได้ลงพระนามในร่างพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ เอกสารฉบับนี้ก็เป็นพินัยกรรมตามกฎหมายหาจำต้องพิจารณว่าร่างพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ มีลักษณะเป็นพินัยกรรมตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นได้หรือไม่อีก และเมื่อเอกสารหมาย จ.๑ เป็นพินัยกรรม ทรัพย์สินที่ระบุไว้ในเอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งรวมทั้งวังพิพาทด้วยจึงเป็นทรัพย์มีพินัยกรรม ฉะนั้น เมื่อร่างพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๑ เป็นพินัยกรรมตามกฎหมาย สามีจำเลยมิได้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้น โจทก์เป็นโอรสของเจ้ามรดกที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ จึงมีสิทธิในวังพิพาทและเป็นผู้จัดการมรดกอยู่ด้วย จำเลยอยู่ในฐานะบริวาร เมื่อโจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ย่อมมีสิทธิในวังพิพาทและเป็นผู้จัดการมรดกอยู่ด้วย จำเลยอยู่ในฐานะบริวาร เมื่อโจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2523 หม่อมเจ้าสโมสรเกษม เกษมศรี ผู้จัดการมรดกของพระบรมวงศ์เธอ กรมหมื่น ทิวากรวงษ์ประวัติ โจทก์ หม่อมละออง เกษมศรี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความกรมหมื่น - หม่อมเจ้าสโมสรเกษม เกษมศรี ผู้จัดการมรดกของพระบรมวงศ์เธอ · โจทก์ - ทิวากรวงษ์ประวัติ · ล. - หม่อมละออง เกษมศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม กุลนานันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 453/2521ฎีกา 2210/2559ฎีกา 2924/2525ฎีกา 1083/2540ฎีกา 134/2513ฎีกา 8747/2550ฎีกา 2874/2559ฎีกา 953/2505ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1843-1844/2524ฎีกา 3523/2532ฎีกา 4338/2531ฎีกา 816/2496ฎีกา 1134/2494ฎีกา 3088/2524ฎีกา 727/2525ฎีกา 668/2492ฎีกา 1513/2495ฎีกา 3614/2547ฎีกา 1397/2513ฎีกา 7929/2544ฎีกา 824/2523ฎีกา 411/2501ฎีกา 936/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา