คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินตามสัญญาประนีประนอมที่ให้สิทธิแก่บุคคลหนึ่งในการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินนั้น จะต้องเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนในขณะที่บุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น การยกทรัพย์สินให้โดยพินัยกรรมซึ่งมีผลเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย จึงไม่ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนตามสัญญาดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยและนางศรีทำสัญญาประนีประนอมมีใจความว่า ที่พิพาทตลอดจนสิ่งปลูกสร้างนั้น นางศรีมีสิทธิเก็บผลประโยชน์และจำหน่ายจ่ายโอนได้ตามความพอใจ เมื่อนางศรีถึงแก่กรรมแล้ว ทรัพย์พิพาทยังคงเหลืออยู่เท่าใด ให้ตกเป็นสิทธิของโจทก์จำเลยคนละครึ่ง เห็นได้ว่าสัญญานี้มุ่งประสงค์ให้นางศรีมีอำนาจจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้ใดได้ในขณะที่นางศรียังมีชีวิตอยู่ ฉะนั้น การที่นางศรีทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทให้จำเลย จึงเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ภายหลังนางศรีสิ้นชีวิตแล้ว เพราะตามกฎหมายพินัยกรรมย่อมมีผลต่อเมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย จึงไม่เป็นการจำหน่ายจ่ายโอนตามสัญญาประนีประนอม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรนายหยง ทองทวี และนางศรี ทองทวี นายหยงถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ใด นางศรีและโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๐,๑๑๖๑,๑๑๖๕ และนาโคกตลอดจนสิ่งปลูกสร้าง นางศรีมีสิทธิเก็บผลประโยชน์และจำหน่ายจ่ายโอนได้ เมื่อนางศรีถึงแก่กรรม ทรัพย์ยังคงเหลือเท่าใดให้ตกเป็นของโจทก์จำเลยคนละครึ่ง ก่อนนางศรีถึงแก่กรรม นางศรีได้ยกที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๕ ให้จำเลย ส่วนที่ดินโฉนดที่ ๑๑๖๐,๑๑๖๑ และที่นาโคก นางศรียังไม่ได้จำหน่ายจ่ายโอนให้แก่ผู้ใด เมื่อนางศรีถึงแก่กรรมแล้ว ทรัพย์ที่ยังคงเหลืออยู่นี้จึงตกเป็นของโจทก์จำเลยคนละครึ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ก่อนนางศรีถึงแก่กรรม นางศรีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ที่เหลือให้แก่จำเลย พินัยกรรมจึงหามีผลประการใดไม่ เพราะไม่ถือว่านางศรีได้จำหน่ายจ่ายโอนในขณะมีชีวิตอยู่ ขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมของนางศรีเป็นโมฆะ ให้จำเลยแบ่งทรัพย์ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง
จำเลยต่อสู้ว่า การที่นางศรีทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลย เป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์อย่างหนึ่งเหมือนกัน ทรัพย์จึงตกเป็นของจำเลยตามพินัยกรรม
วันนัดพร้อม คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า นางศรีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลยนั้น จะถือว่านางศรีได้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ไปตามสัญญาประนีประนอมข้อ ๓(๒) หรือไม่
ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้แบ่งทรัพย์ให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การทำพินัยกรรมอยู่ในข้อจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ นางศรีจะจำหน่ายในขณะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ก็อยู่ในข่ายของสัญญาประนีประนอมทั้งสิ้น ต้องบังคับตามพินัยกรรม โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่ง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คู่ความแถลงขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า ที่นางศรีได้ทำพินัยกรรมนั้น จะถือว่านางศรีได้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ สัญญาประนีประนอมระหว่างนางศรีและโจทก์จำเลยมีว่า ที่ดินตามโฉนดที่ ๑๑๖๐,๑๑๖๑,๑๑๖๕ และนาโคก ตลอดจนสิ่งปลูกสร้าง นางศรีมีสิทธิเก็บผลประโยชน์และจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ได้ตามความพอใจ แต่ถ้าทรัพย์ดังกล่าวมานี้ เมื่อนางศรีถึงแก่กรรมแล้วยังคงเหลือเท่าใด ให้ตกเป็นสิทธิของนางทิพย์ วรวิเศษ และนางเทพ โคตรเสน คนละครึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาประนีประนอมนี้มุ่งประสงค์ว่า ถ้านางศรีจะจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่ได้รับมาตามสัญญาให้แก่ผู้ใดแล้ว จะต้องจำหน่ายจ่ายโอนเสียตั้งแต่นางศรียังคงมีชีวิตอยู่ ถ้านางศรีไม่จำหน่ายจ่ายโอนเสียตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่แล้ว เป็นความประสงค์ของคู่กรณีที่จะให้ทรัพย์ที่ยังเหลืออยู่ขณะนางศรีถึงแก่กรรมตกเป็นของโจทก์จำเลยคนละครึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าตามกฎหมาย พินัยกรรมย่อมมีผลต่อเมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย ฉะนั้น ที่นางศรีทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทให้จำเลยจึงเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์ภายหลังนางศรีสิ้นชีวิตแล้วไม่อาจจะถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนตามสัญญาประนีประนอม จำเลยจึงแพ้คดีตามคำท้า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2509
นางเทพ โคตรเสน โจทก์
นางทิพย์ วรวิเศษ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเทพ โคตรเสน · จำเลย - นางทิพย์ วรวิเศษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา