คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกวงแชร์แต่ละคนเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับนายวงแชร์เท่านั้น ไม่ใช่คู่สัญญากับลูกวงแชร์คนอื่น เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเล่นแชร์ซึ่งมี ช. เป็นนายวง ลูกวงแชร์ทุกคนจึงมิใช่คู่สัญญาซึ่งกันและกัน แต่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ช.เมื่อมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยซึ่งเป็นลูกวงแชร์ด้วยกัน. ช.ก็มิใช่ตัวแทนรับเช็คพิพาทแทนโจทก์และไม่มีหนี้ที่โจทก์จะต้องชำระให้จำเลยอันเนื่องมาจากการเล่นแชร์การที่จำเลยรับเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้จาก ช. ไม่ครบ ก็จะต้องไปว่ากล่าวเอาแก่ ช. โดยตรง เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทจาก ช. โดยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยจึงไม่อาจอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยกับ ช. มาเป็นข้อต่อสู้ให้พ้นความรับผิดได้
(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 308-309/2511 และ 2543-2547/2521)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินชำระหนี้ค่าแชร์แก่นายชาตรี นายชาตรีสลักหลังเช็คมอบให้โจทก์ ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยเล่นแชร์ด้วยกันโดยมีนายชาตรีเป็นนายวง เมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้ จำเลยจึงได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน ๑๗ ฉบับรวมทั้งเช็คพิพาทเท่าจำนวนลูกวงที่ยังไม่ได้ประมูลมอบให้แก่นายชาตรี จำเลยได้รับเงินค่าแชร์จากนายชาตรีไม่ครบจำนวนขาดอยู่ ๙ รายมีโจทก์รวมอยู่ด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าแชร์จำนวนจากจำเลย เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า นายชาตรีเป็นตัวแทนของจำเลยในการนำเช็คพิพาทไปแลกเก็บเงินจากโจทก์ โจทก์มิใช่บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้ทรงโดยสุจริต โจทก์ไม่ชำระเงินค่าแชร์ให้จำเลย เช็คพิพาทที่โจทก์รับไว้จึงไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเล่นแชร์ของโจทก์และจำเลยเป็นการเล่นแชร์ที่มีนายวงแชร์ โดยมีนายชาตรีเป็นนายวงแชร์โจทก์กับจำเลยและบุคคลอื่นที่เป็นลูกวงแชร์จึงมิใช่คู่สัญญาเล่นแชร์ซึ่งกันและกัน แต่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับนายชาตรีซึ่งเป็นนายวงแชร์ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยซึ่งเป็นลูกวงแชร์ด้วยกันเว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้นนายชาตรีจึงมิใช่ตัวแทนรับเช็คพิพาทแทนโจทก์ซึ่งเป็นตัวการ และไม่มีหนี้ที่โจทก์ต้องชำระให้จำเลยอันเนื่องมาจากการเล่นแชร์ การที่จำเลยได้รับเงินค่าแชร์ที่ประมูลได้จากนายชาตรีไม่ครบ เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องว่ากล่าวเอาแก่นายชาตรีโดยตรง เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาทจากนายชาตรีโดยคบคิดกันฉ้อฉลจำเลย จำเลยจึงไม่อาจอาศัยความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยกับนายชาตรีมาเป็นข้อต่อสู้ให้พ้นความรับผิดได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๙๑๖ จึงไม่จำเป็นต้องสืบพยานกันต่อไป
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2385/2524
นายสุรพันธ์ เตไชยา โจทก์
นางอัมพวัน เลิศศลารักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุรพันธ์ เตไชยา · จำเลย - นางอัมพวัน เลิศศลารักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร · บรรเทอง ภู่กฤษณา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายองอาจ โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง วรรณพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา